ประกันสุขภาพเหมาจ่ายคืออะไร เลือกแบบไหนดี 2569: วงเงิน ค่าห้อง และส่วนที่ต้องจ่ายเอง
เหมาจ่ายไม่ได้แปลว่าจ่ายทุกบิลเต็ม แผนชดใช้ค่ารักษาตามจริงไม่เกินวงเงินในตาราง อ่านฐานนับวงเงิน ค่าห้อง ส่วนที่ต้องจ่ายเอง เงื่อนไขต่ออายุ และเงื่อนไขที่ผูกกับอายุ
ประกันสุขภาพเหมาจ่ายคือประกันที่ชดใช้ค่ารักษาซึ่งเข้าเงื่อนไขตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินวงเงินที่ระบุไว้ในตารางผลประโยชน์ คำว่า "เหมาจ่าย" เป็นชื่อที่บริษัทใช้เรียกแผน จึงไม่ได้สัญญาว่าทุกบิลจะได้รับเต็มจำนวน ไม่ได้หมายความว่าคุ้มครองการไปพบแพทย์ทั่วไป และไม่ได้แปลว่าคุณไม่ต้องจ่ายเงินส่วนใดเลย
ประกันสุขภาพมีหลายแบบ แบบชดใช้ค่ารักษาอย่างที่บทความนี้อธิบายต่างจากประกันโรคร้ายแรงที่จ่ายเป็นเงินก้อนเมื่อแพทย์วินิจฉัยโรคตามนิยามในสัญญา และต่างจากแบบจ่ายเงินชดเชยรายวันเมื่อนอนโรงพยาบาล ถ้าคุณกำลังเลือกแผนเหมาจ่าย ให้หาสามอย่างจากเอกสารของแผนก่อนดูตัวเลขวงเงินสูงสุด อย่างแรกคือวงเงินนั้นนับต่ออะไร ต่อปีกรมธรรม์ (ปีที่นับจากวันที่สัญญาเริ่มคุ้มครอง ไม่จำเป็นต้องตรงปีปฏิทิน) ต่อการนอนโรงพยาบาลหนึ่งครั้ง หรือต่อโรค อย่างที่สองคือส่วนที่คุณต้องจ่ายเองเท่าไร ทั้งตอนเคลม คือยื่นขอให้บริษัทจ่ายค่ารักษา และตอนต่ออายุ อย่างที่สามคืออะไรที่ไม่จ่าย เช่น ช่วงรอคอยและโรคที่เป็นอยู่ก่อนซื้อ
สัญญาสุขภาพทั้งแบบแนบประกันชีวิตและแบบซื้อแยกคุ้มครองทีละหนึ่งปีแล้วต่ออายุตามเงื่อนไข เบี้ยและเงื่อนไขบางข้อจึงเปลี่ยนได้เมื่อครบรอบปีกรมธรรม์ บทความนี้ไล่จากความหมายและวิธีนับวงเงิน ตัวอย่างบิล สิ่งที่ไม่จ่าย การต่ออายุ ช่วงอายุ ไปจนถึงวิธีเทียบแผนและเคลม ตัวอย่างแผนจากเอกสารของ AIA เมืองไทยประกันชีวิต และ AXA ใช้ประกอบการอ่านตาราง ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือการจัดอันดับ
เหมาจ่ายคืออะไร และวงเงินแต่ละแบบนับต่างกันอย่างไร
คำสั่งนายทะเบียนที่ 14/2564 ของสำนักงาน คปภ. วางข้อความมาตรฐานของสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ ซึ่งคือความคุ้มครองที่แนบกับกรมธรรม์ประกันชีวิตหลัก ข้อความนี้ใช้กับบริษัทประกันชีวิต สัญญาที่ออกก่อน 8 พฤศจิกายน 2564 ต่ออายุตามข้อความเดิมได้ และเอกสารที่อ้างไว้ไม่ระบุเลขที่ราชกิจจานุเบกษา ส่วนกรมธรรม์แยกของบริษัทประกันวินาศภัยอย่าง AXA ใช้ข้อมูลจากหน้าของบริษัทเอง
คำสั่งนี้ไม่ได้นิยามคำว่าเหมาจ่าย แต่เขียนหลักการจ่ายไว้ว่า บริษัทจ่ายค่ารักษาที่จำเป็นทางการแพทย์ตามค่าบริการอัตราทั่วไป "ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินจำนวนผลประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในหน้าตารางผลประโยชน์" ความจำเป็นทางการแพทย์คือการรักษาที่สอดคล้องกับอาการและมาตรฐานทางการแพทย์ ไม่ใช่เพื่อความสะดวกของครอบครัวหรือของผู้เอาประกัน ซึ่งคือผู้ที่ได้รับความคุ้มครอง ส่วนค่าบริการอัตราทั่วไปคืออัตราที่ไม่สูงกว่าที่โรงพยาบาลเดียวกันเรียกเก็บจากผู้ป่วยรายอื่นในเวลาเดียวกัน คำว่า "ตามจริง" จึงมีเงื่อนไขกำกับ
สำนักงาน คปภ. แจ้งเมื่อ 22 มิถุนายน 2568 ว่าตั้งแต่ปี 2564 สัญญาประกันสุขภาพของบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยใช้มาตรฐานใหม่ (New Health Standard) เดียวกัน ข้อความมาตรฐานของสัญญาเพิ่มเติมแบ่งผลประโยชน์เป็น 13 หมวด หมวดหลักคือผู้ป่วยใน ซึ่งหมายถึงผู้ที่ต้องเข้าพักรักษาตัวตามความจำเป็นทางการแพทย์ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงและลงทะเบียนเป็นผู้ป่วยใน ครอบคลุมค่าห้อง ค่ารักษาและยา ค่าแพทย์ ค่าผ่าตัด และการผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องนอนค้าง (Day Surgery)
หมวดที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลมีจำกัด เช่น ตรวจวินิจฉัยก่อนและหลังนอนโรงพยาบาลและรักษาต่อเนื่องแบบผู้ป่วยนอกหลังออกจากโรงพยาบาล (ภายในอย่างน้อย 30 วัน) รักษาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุแบบผู้ป่วยนอก (อย่างน้อย 24 ชั่วโมง) ล้างไต รังสีรักษา เคมีบำบัด และผ่าตัดเล็ก การไปพบแพทย์ทั่วไปแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ไม่อยู่ในหมวดเหล่านี้ แผนที่มีให้จะเป็นผลประโยชน์เพิ่มที่ระบุแยกไว้
ตารางนี้วางเอกสารของสามบริษัทไว้ข้างกัน ให้เห็นว่าแผนที่เรียกว่าเหมาจ่ายเหมือนกันนับวงเงินต่างกัน และมีวงเงินย่อย คือเพดานเฉพาะรายการ เช่น ค่าห้องต่อวัน ข้อมูล ณ 26 ตุลาคม 2569 (หน้าเว็บของ AIA และ AXA ไม่ระบุวันที่) ใช้ฝึกอ่านตาราง ไม่ใช่การจัดอันดับ
แผนตามเอกสาร | วงเงินนับต่ออะไร | ค่าห้องต่อวัน | วงเงินย่อยอื่นและผู้ป่วยนอก |
|---|---|---|---|
AIA Health Happy สัญญาเพิ่มเติมแนบประกันชีวิต แผน 1 / 5 / 15 / 25 ล้านบาท | ต่อปีกรมธรรม์ หมวด 1 ถึง 13 และผู้ป่วยนอกรวมกันต้องไม่เกินวงเงินปี | 1,500 / 3,000 / 6,000 / 9,000 บาท | ยากลับบ้านครั้งละ 20,000 บาท (แผน 25 ล้านจ่ายตามจริง) ห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) จ่ายตามจริง ผู้ป่วยนอกไม่คุ้มครอง ยกเว้นแผน 25 ล้านที่ 2,000 บาทต่อครั้ง ไม่เกิน 30 ครั้งต่อปี |
Happy D Health Lite 99/99 ของเมืองไทยประกันชีวิต แผน 1 / 5 ล้านบาท (แผ่นข้อมูลของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ รุ่น V.3 01.05.2026) | ต่อการเข้ารักษาตัวผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง | 2,000 / 4,000 บาท ไม่เกิน 180 วันต่อครั้ง | ICU ตามจริงไม่เกิน 60 วัน ยากลับบ้านไม่เกิน 14 วัน 20,000 บาท |
AXA SmartCare Essential กรมธรรม์แยกของบริษัทประกันวินาศภัย แผน 1 / 2 / 3 / 4 | ต่อโรค คือ 1 / 2 / 5 / 10 ล้านบาท (เข้าพักด้วยโรคเดียวกันภายใน 90 วันหลังออกครั้งสุดท้ายนับเป็นครั้งเดียวกัน) | 3,000 / 5,000 / 10,000 / 12,000 บาท | ICU ต่อวัน 6,000 ถึง 24,000 บาท ผู้ป่วยนอกเป็นความคุ้มครองเสริม ครั้งละ 3,000 บาท ไม่เกิน 30 ครั้งและ 50,000 บาทต่อปี |
แผนต่อปีกรมธรรม์รวมค่ารักษาทั้งปีเป็นก้อนเดียว ข้อความมาตรฐานให้นับการนอนโรงพยาบาลตั้งแต่วันแรกที่เข้าพักในรอบปีนั้น แม้จะออกในรอบปีถัดไป แผนต่อครั้งหรือต่อโรคให้วงเงินใหม่เมื่อเข้าพักครั้งใหม่ แต่การนอนครั้งใหญ่ครั้งเดียวใช้ได้ไม่เกินวงเงินของครั้งนั้น และข้อความมาตรฐานให้การเข้าพักหลายครั้งด้วยโรคเดียวกันภายใน 90 วันหลังออกจากโรงพยาบาลครั้งสุดท้ายเป็นครั้งเดียวกัน ข้อความมาตรฐานให้มีเพดานรวมต่อปีหรือไม่ก็ได้ ("ถ้ามี") เอกสารของแผนต่อครั้งที่อ้างไว้ไม่ได้พิมพ์เพดานนี้ จึงควรถามว่ามีหรือไม่
ตัวเลขล้านบาทไม่ได้บอกว่าแต่ละรายการจ่ายได้เท่าไร AIA ระบุในหมายเหตุว่าเป็น "ผลประโยชน์เหมาจ่ายในบางรายการ" และหมวด 1 ถึง 13 กับผู้ป่วยนอกรวมกันต้องไม่เกินวงเงินต่อปี ตารางของ AIA จึงมีทั้งรายการที่จ่ายตามจริงและรายการที่มีเพดานต่อวัน เช่น ค่าห้อง ค่าห้องที่เกินเพดานเป็นส่วนที่คุณจ่ายเอง
ชื่อโรคอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่าบริษัทจะจ่ายหรือไม่ เพราะสัญญาตัดสินจากวิธีรักษา หมวดผลประโยชน์ วันเริ่มคุ้มครอง และข้อยกเว้น ตารางต่อไปนี้ใช้ข้อความมาตรฐานและเอกสารของบริษัทเป็นแนวอ่าน ไม่ใช่รายชื่อโรคที่ทุกแผนรับรองว่าจ่าย
สถานการณ์ | ส่วนของสัญญาที่ตัดสิน |
|---|---|
ไข้หวัดใหญ่ ไปพบแพทย์ รับยา แล้วกลับบ้าน | ผู้ป่วยนอกทั่วไป ซึ่งไม่อยู่ใน 13 หมวด แผน 1 / 5 / 15 ล้านบาทของ AIA ข้างต้นระบุว่าไม่คุ้มครอง |
ไข้หวัดใหญ่ แพทย์เห็นว่าจำเป็นต้องรับไว้นอน | หมวดผู้ป่วยใน ถ้าเข้านิยามผู้ป่วยใน แต่เป็นโรคเล็กน้อยทั่วไปที่นับในเกณฑ์ร่วมจ่ายตอนต่ออายุ |
ไส้ติ่งอักเสบที่ต้องผ่าตัดและนอนโรงพยาบาล | ผู้ป่วยในหมวดผ่าตัด ช่วงรอคอยไม่เกิน 30 วัน เพราะไม่อยู่ในรายการโรคที่รอได้ถึง 120 วัน |
นิ่ว เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็ง | ช่วงรอคอยได้ไม่เกิน 120 วัน รังสีรักษาและเคมีบำบัดมีหมวด 10 และ 11 ของตัวเอง |
บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ไปห้องฉุกเฉินแล้วกลับบ้าน | หมวด 7 ถ้าเข้ารักษาภายในเวลาที่สัญญาระบุ (อย่างน้อย 24 ชั่วโมง) AIA ระบุว่าต้องมีบาดแผลชัดเจนและใบรับรองแพทย์ ยกของหนักแล้วปวดหลังไม่ใช่อุบัติเหตุ |
การรักษาที่แพทย์เห็นว่าจำเป็นไม่ควรเลื่อนเพราะยังไม่แน่ใจว่าสัญญาจะจ่าย และไม่ควรขอรับไว้นอนเพื่อให้เข้าสิทธิ เพราะการเรียกร้องค่ารักษาที่ไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์เป็นเหตุหนึ่งที่บริษัทไม่ต่ออายุได้ตามข้อความมาตรฐาน
อ่านบิลให้เป็น: ส่วนที่บริษัทจ่ายกับส่วนที่คุณจ่ายเอง
ข้อความมาตรฐานของ คปภ. นิยามไว้สองคำ ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) คือค่ารักษาส่วนแรกที่ผู้เอาประกันต้องรับไว้ก่อนตามสัญญา ส่วนค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) คือความรับผิดร่วมกันระหว่างบริษัทกับผู้เอาประกันในค่ารักษา เป็นร้อยละของค่ารักษา เช่น 10% โดยคิดจากจำนวนที่บริษัทพึงจ่ายหลังหักความรับผิดส่วนแรก (ถ้ามี) ทั้งสองอย่างต่างจากรายการที่ไม่คุ้มครองและส่วนที่เกินเพดานในตาราง ซึ่งคุณก็จ่ายเองเช่นกันเพราะอยู่นอกสิทธิ แผ่นพับของ คปภ. ปี 2565 ระบุว่าแผนที่มีส่วนร่วมจ่ายหรือความรับผิดส่วนแรกช่วยให้เบี้ยลดลงได้
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นสัญญาและบิลสมมติเพื่อฝึกอ่านตาราง ไม่ใช่แผนที่เสนอขายหรือผลเคลมจริง สมมติแผนมีวงเงินต่อปีกรมธรรม์ 1,000,000 บาท และก่อนเข้ารักษาครั้งนี้เหลือวงเงิน 500,000 บาท สิทธิค่าห้องวันละ 3,000 บาท ความรับผิดส่วนแรก 10,000 บาทต่อครั้ง และยังไม่มีค่าใช้จ่ายร่วม บิลรวม 100,000 บาท ซึ่งดูเหมือนวงเงินที่เหลือพอ แต่ยังต้องแยกรายการ
รายการบิลสมมติ | จ่ายจริง | ยอดที่เข้าเงื่อนไขก่อนหักความรับผิดส่วนแรก |
|---|---|---|
ค่าห้อง 3 วัน วันละ 4,000 บาท | 12,000 บาท | 9,000 บาท เพราะสิทธิวันละ 3,000 บาท |
ค่ารักษาอื่นที่เข้าเงื่อนไขและไม่ติดวงเงินย่อย | 80,000 บาท | 80,000 บาท |
รายการที่ไม่คุ้มครอง | 8,000 บาท | 0 บาท |
รวม | 100,000 บาท | 89,000 บาท |
หักความรับผิดส่วนแรก 10,000 บาทจาก 89,000 บาท บริษัทจ่าย 79,000 บาท คุณจ่ายเอง 21,000 บาท แยกเป็นค่าห้องส่วนเกิน 3,000 บาท รายการไม่คุ้มครอง 8,000 บาท และความรับผิดส่วนแรก 10,000 บาท ถ้าวงเงินปีนับจากยอดที่บริษัทจ่าย วงเงินหลังครั้งนี้เหลือ 500,000 − 79,000 = 421,000 บาท โดยวงเงินย่อยและข้อยกเว้นของสัญญายังใช้อยู่ ไม่ได้แปลว่าเงินที่เหลือใช้กับบริการใดก็ได้
ถ้าแผนเดียวกันมีค่าใช้จ่ายร่วม 30% ซึ่งเป็นเพดานต่อกรณีที่ข้อความมาตรฐานให้ใช้ตอนต่ออายุ (หัวข้อต่ออายุ) ให้คิดจากส่วนที่บริษัทพึงจ่ายหลังหักความรับผิดส่วนแรกคือ 79,000 บาท ร่วมจ่าย 79,000 × 30% = 23,700 บาท บริษัทจ่าย 55,300 บาท คุณจ่ายเอง 21,000 + 23,700 = 44,700 บาท
ตัวอย่างนี้สมมติว่าการเลือกห้องเกินสิทธิไม่ทำให้บริษัทลดค่ารักษารายการอื่นตามสัดส่วน ข้อความมาตรฐานของ คปภ. ไม่มีข้อกำหนดเช่นนั้น แต่กรมธรรม์ของบริษัทอาจเขียนต่างไป จึงควรถามเป็นลายลักษณ์อักษรว่าถ้าเลือกห้องเกินสิทธิจะกระทบรายการอื่นหรือไม่ และไม่ควรนำ 21,000 บาทนี้ไปใช้แทนทุกแผน
ระยะรอคอย โรคเดิม และข้อยกเว้นที่ทำให้ไม่จ่าย
วงเงินที่เหลือพอยังไม่ได้แปลว่าบริษัทจะจ่าย เพราะมีสามเรื่องที่ตัดสินก่อน เรื่องแรกคือระยะรอคอย (Waiting Period) ช่วงแรกหลังสัญญามีผลที่บริษัทยังไม่จ่ายสำหรับการป่วยบางอย่าง ข้อความมาตรฐานของ คปภ. ให้กำหนดได้ไม่เกิน 30 วันสำหรับการป่วยทั่วไป และไม่เกิน 120 วันสำหรับเนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด ริดสีดวงทวาร ไส้เลื่อนทุกชนิด ต้อเนื้อหรือต้อกระจก การตัดทอนซิลหรืออดีนอยด์ นิ่วทุกชนิด เส้นเลือดขอดที่ขา และเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ บริษัทไม่ใช้ช่วง 120 วัน หรือระบุโรคน้อยกว่านี้ก็ได้ และไม่ใช้ระยะรอคอยกับการบาดเจ็บหรือการผ่าตัดฉุกเฉินที่ไม่ได้สืบเนื่องจากโรคที่เป็นมาก่อนซื้อ AXA และ AIA ใช้ 30 วันและ 120 วันเช่นกัน
เรื่องที่สองคือโรคที่เป็นมาก่อนซื้อ (Pre-existing Condition) ซึ่งไม่หมดไปเมื่อพ้นระยะรอคอย ข้อ 11 ในข้อกำหนดทั่วไปของข้อความมาตรฐานเขียนว่าบริษัทไม่จ่ายสำหรับโรคเรื้อรัง การบาดเจ็บ หรือการป่วยรวมภาวะแทรกซ้อนที่ยังรักษาไม่หายก่อนวันที่สัญญาเริ่มมีผลครั้งแรก เว้นแต่คุณแถลงให้บริษัททราบและบริษัทยอมรับความเสี่ยงโดยไม่ตั้งเงื่อนไขยกเว้น หรือโรคนั้น "ไม่ปรากฏอาการ ไม่ได้รับการตรวจรักษาหรือวินิจฉัยโดยแพทย์ หรือไม่ได้พบหรือปรึกษาแพทย์" ในช่วง 5 ปีก่อนวันเริ่มคุ้มครอง และในช่วง 3 ปีนับจากวันเริ่มคุ้มครอง ถ้อยคำส่วน 3 ปีอ่านแล้วไม่ชัดเจน บทความนี้อ่านว่าประวัติการไปพบแพทย์ในห้าปีก่อนซื้อสำคัญ แม้ยังไม่ทราบว่าเป็นโรคอะไร ให้ถามบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรว่าโรคของคุณเข้าข้อนี้หรือไม่
ในใบคำขอ ให้ตอบทุกข้อที่ถามให้ครบ รวมการพบแพทย์ ผลตรวจ และยาที่ใช้ แม้ยังไม่มีผลวินิจฉัย ข้อความมาตรฐานระบุว่าคำตอบที่เป็นสาระสำคัญอาจทำให้บริษัทเรียกเบี้ยสูงขึ้น ไม่รับทำสัญญา หรือรับแบบมีเงื่อนไข และการแถลงไม่จริงเป็นเหตุให้บริษัทไม่ต่ออายุสัญญาได้ AIA ระบุว่าการปกปิดหรือแถลงเท็จอาจทำให้บริษัทบอกล้างสัญญาและปฏิเสธจ่ายค่าสินไหม
เรื่องที่สามคือข้อยกเว้นทั่วไป ซึ่งข้อความมาตรฐานมี 21 ข้อ ที่ผู้ซื้อมักพบมีดังนี้
- ความผิดปกติแต่กำเนิดและโรคทางพันธุกรรม (ยกเว้นเมื่อสัญญามีผลครบ 1 ปีและอาการปรากฏหลังอายุที่สัญญาระบุ ซึ่งไม่เกิน 16 ปี)
- การเสริมสวย การควบคุมน้ำหนัก การตั้งครรภ์ การคลอดบุตร และการแก้ไขปัญหามีบุตรยาก
- การตรวจสุขภาพ การพักฟื้น และการนอนโรงพยาบาลเพื่อให้มีผู้ช่วยดูแลทั่วไป
- การแก้ไขสายตา และทันตกรรม (ยกเว้นทันตกรรมที่จำเป็นเพราะการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ)
- โรคทางจิตเวชและการรักษาการติดยาเสพติด บุหรี่ หรือสุรา
- การฉีดวัคซีน (ยกเว้นพิษสุนัขบ้าและบาดทะยักหลังได้รับบาดเจ็บ) และการรักษาด้วยการแพทย์ทางเลือก
- การทำร้ายตนเอง การบาดเจ็บขณะมึนเมาตามเกณฑ์ที่ระบุ กีฬาเสี่ยง และสงคราม
ข้อความมาตรฐานให้บริษัทตัดข้อยกเว้นออกได้ แผนจึงคุ้มครองไม่เท่ากัน และรายการข้างต้นเป็นเพียงบางข้อ ให้อ่านรายการเต็มในกรมธรรม์
ต่ออายุทุกปี: เบี้ยปรับตามอายุและเงื่อนไขร่วมจ่าย
ตามข้อความมาตรฐานของ คปภ. สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพมีระยะเอาประกันภัย 1 ปีและต่ออายุทุกรอบปีกรมธรรม์โดยไม่ต้องแสดงหลักฐาน จนถึงรอบปีที่ผู้เอาประกันมีอายุตามที่สัญญาระบุ ซึ่งต้องไม่ต่ำกว่า 69 ปี แผ่นข้อมูลของเมืองไทยประกันชีวิตและหน้าของ AIA ระบุต่ออายุถึง 98 ปี ส่วน AXA ถึง 99 ปี บริษัทไม่ต่ออายุได้สามกรณี คือพบว่าแถลงข้อความในใบคำขอไม่จริง เรียกร้องค่ารักษาที่ไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์ หรือเรียกร้องเงินชดเชยรายวันรวมทุกบริษัทเกินรายได้จริง โดยต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน
ต่ออายุได้ไม่ได้แปลว่าเบี้ยเท่าเดิม ข้อ 14 ในข้อกำหนดทั่วไปให้บริษัทปรับเบี้ยเมื่อครบรอบปีได้ เพราะอายุและชั้นอาชีพ (กลุ่มอาชีพตามระดับความเสี่ยง) ของแต่ละคน หรือเพราะค่ารักษาที่สูงขึ้น หรือประสบการณ์การจ่ายค่าสินไหมของสัญญาเพิ่มเติมแบบนั้นทั้งกลุ่ม (ค่าสินไหมคือเงินที่บริษัทจ่ายตามสัญญา) โดยแจ้งล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อย 30 วันและใช้อัตราที่นายทะเบียนเห็นชอบ หน้าของ AIA และ AXA เขียนทำนองเดียวกัน เอกสารของแผนที่อ้างไว้ไม่ได้พิมพ์เบี้ยของปีถัด ๆ ไป จึงบอกไม่ได้ว่าเบี้ยของคุณจะเปลี่ยนเท่าไร
ค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) ก็เกี่ยวกับการต่ออายุ ข่าวเลขที่ สสอ. 125/2567 ของ คปภ. อธิบายว่ามีสองรูปแบบ แบบแรกกำหนดตั้งแต่วันเริ่มทำประกัน คุณร่วมจ่ายทุกครั้งที่เคลมตามร้อยละที่ระบุ เช่น 10% ถ้าค่ารักษา 10,000 บาท คุณจ่าย 1,000 บาท บริษัทจ่าย 9,000 บาท คปภ. ระบุว่าแบบนี้เหมาะกับผู้ที่สุขภาพแข็งแรงหรือมีสวัสดิการประกันสุขภาพกลุ่มอยู่แล้ว เพราะเบี้ยถูกกว่า แบบที่สองอยู่ในเงื่อนไขการต่ออายุ บริษัทต้องแจ้งตั้งแต่วันเริ่มทำประกันและเพิ่มภายหลังไม่ได้ และใช้เมื่อการเรียกร้องค่าสินไหมของคุณเข้าเกณฑ์ที่เขียนไว้ในสัญญา
ข้อความมาตรฐานให้บริษัทปรับลดเบี้ยของปีต่ออายุควบคู่ไปด้วย โดยพิมพ์เพดานลดเบี้ย 30% ไว้กับข้อแรกในสามข้อ และ 50% เมื่อเข้าตั้งแต่สองกรณี ส่วนอีกสองข้อให้ลดตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด และแผ่นพับของ คปภ.ให้บริษัทแจ้งเกณฑ์รวมถึงส่วนลดเบี้ย เกณฑ์ที่เอกสารระบุเป็นตัวเลขมีดังนี้
เกณฑ์ในปีกรมธรรม์ที่ผ่านมา | ร่วมจ่ายในปีถัดไป |
|---|---|
เข้าพักด้วยโรคเล็กน้อยทั่วไปตั้งแต่ 3 ครั้ง และเรียกร้องค่าสินไหมตั้งแต่ 200% ของเบี้ยปีต่ออายุ | ไม่เกิน 30% |
เรียกร้องค่าสินไหมตั้งแต่ 400% ของเบี้ยปีต่ออายุ | ไม่เกิน 30% |
เข้าตั้งแต่สองกรณีขึ้นไป | ไม่เกิน 50% |
ตารางนี้ไม่ครบทุกเกณฑ์ที่เอกสารพูดถึง จึงให้ถือเกณฑ์ในบันทึกสลักหลังของคุณเป็นหลัก ซึ่งเป็นเอกสารแนบกรมธรรม์ที่เพิ่มหรือเปลี่ยนเงื่อนไข ข้อแรกของข้อความมาตรฐานพิมพ์ค่าใช้จ่ายร่วมไม่เกิน 30% พร้อมลดเบี้ยไม่เกิน 30% โดยไม่พิมพ์เงื่อนไขการเคลมไว้ ส่วนข่าว สสอ. 125/2567 ระบุว่ากรณีแรกรวมการเรียกร้องค่ารักษาเกินความจำเป็นทางการแพทย์ด้วย และไม่นับโรคร้ายแรงกับการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งข่าวสมาคมประกันชีวิตไทยเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ก็ระบุ ส่วนข่าวสมาคมกับข่าว คปภ. เมื่อ 24 มีนาคม 2568 ยังพิมพ์เงื่อนไขจำนวนครั้งไว้กับเกณฑ์ 400% ด้วย แต่ข้อความมาตรฐานไม่ได้พิมพ์ไว้
โรคเล็กน้อยทั่วไปตามข้อความมาตรฐานคือการป่วย 5 กลุ่มตามระบบจำแนกโรค ICD-10 เช่นทางเดินหายใจส่วนบนอักเสบ ไข้หวัดใหญ่ และท้องเสียเฉียบพลัน โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน บริษัทต้องแนบรายชื่อมาพร้อมสัญญา บทความนี้อ่านเกณฑ์ 200% และ 400% ว่าเป็นค่าสินไหมที่เรียกร้องในปีกรมธรรม์เทียบกับเบี้ยปีต่ออายุ ถ้าเบี้ยเป็น 20,000 บาท (ตัวอย่างสมมติ) คือตั้งแต่ 40,000 บาทและ 80,000 บาท
เมื่อปีถัดไปไม่เข้าเกณฑ์ บริษัทกลับมาใช้เงื่อนไขปกติ หนังสือแจ้งต่ออายุต้องบอกว่าคุณเข้าเงื่อนไขหรือไม่ พร้อมแจ้งสาเหตุ และข้อความมาตรฐานให้แจ้งอัตราร่วมจ่ายก่อนวันครบรอบปีไม่น้อยกว่า 15 วัน
วันเริ่มใช้ต่างกันตามบริษัท สมาคมประกันชีวิตไทยระบุ 20 มีนาคม 2568 สำหรับกรมธรรม์ฉบับใหม่ ส่วนFWDระบุ 1 มีนาคม 2568 และว่าสัญญาที่เริ่มก่อนวันนั้นและต่ออายุไม่ขาดไม่มีเงื่อนไขนี้ ข่าว คปภ. 24 มีนาคม 2568 รายงานว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคขอให้ทบทวนและชะลอการบังคับใช้ และ คปภ. ชี้แจงว่าเงื่อนไขนี้ไม่ใช้กับทุกกรมธรรม์ ผู้ที่ถูกกดดันให้ซื้อโดยได้ข้อมูลไม่ถูกต้องร้องเรียนและขอยกเลิกกรมธรรม์ได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 เอกสารที่อ้างไว้ไม่ได้ระบุว่าหลังจากนั้นมีการเปลี่ยนเกณฑ์หรือไม่ ก่อนซื้อจึงควรถามว่าแผนมีเงื่อนไขนี้หรือไม่ ใช้กับสัญญาที่เริ่มคุ้มครองวันใด และขอสำเนาหน้าที่ระบุเกณฑ์
ซื้อตอนอายุเท่าไร และความรับผิดส่วนแรกกระทบเบี้ยอย่างไร
เอกสารที่อ้างไว้ไม่ได้ระบุอายุที่ซื้อแล้วคุ้มที่สุด และไม่มีอายุเดียวที่เหมาะกับทุกคน เอกสารระบุได้เพียงเงื่อนไขสามอย่างที่ผูกกับอายุ
- อายุที่รับทำประกันมีเพดานต่างกันตามแผน AIA Health Happy รับอายุ 11 ถึง 75 ปี แผ่นข้อมูลของเมืองไทยประกันชีวิตรับ 11 ถึง 90 ปี ส่วน AXA SmartCare Essential รับตั้งแต่อายุ 15 วันถึง 65 ปี แผนที่ต่ออายุได้ถึง 98 หรือ 99 ปีจึงไม่ได้แปลว่าสมัครใหม่ได้ถึงอายุนั้น
- เบี้ยปรับตามอายุทุกรอบปีตามข้อ 14 ในหัวข้อต่ออายุ จึงควรขอเบี้ยที่อายุปัจจุบันและที่อายุอีก 5 และ 10 ปีข้างหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร
- สุขภาพ ณ วันสมัคร ข้อความมาตรฐานให้ต่ออายุโดยไม่ต้องแสดงหลักฐาน ซึ่งบทความนี้อ่านว่าไม่ต้องพิจารณาสุขภาพใหม่ทุกปี แต่ข้อ 11 มองย้อนหลัง 5 ปีก่อนวันเริ่มคุ้มครอง โรคที่ยังรักษาไม่หายก่อนสมัครจึงอาจเป็นข้อยกเว้นตามข้อ 11 หรือทำให้บริษัทเพิ่มเบี้ยหรือตั้งเงื่อนไข
บทความนี้สรุปว่าการเริ่มประเมินก่อนมีปัญหาสุขภาพทำให้ยังมีทางเลือกในการรับประกัน แต่ไม่ใช่เหตุให้ทุกคนต้องซื้อทันที แผ่นพับของ คปภ. ให้ดูสิทธิค่ารักษาที่มีอยู่ก่อน แล้วประเมินว่าต้องการเพิ่มอะไร และสัญญาฉบับใหม่นับระยะรอคอยกับโรคที่เป็นมาก่อนใหม่จากวันเริ่มคุ้มครองของสัญญานั้น ตรงกับที่ พรูเด็นเชียล ระบุ ถ้าจะเปลี่ยนแผน อย่ายกเลิกฉบับเดิมจนกว่าฉบับใหม่อนุมัติและเริ่มคุ้มครองแล้ว
ส่วนที่คุณรับเองเกี่ยวกับเบี้ยโดยตรง แผ่นข้อมูล Happy D Health Lite 99/99 รุ่น V.3 01.05.2026 พิมพ์ตัวอย่างเบี้ยต่อปีของผู้ชายอายุ 40 ปี กลุ่มอาชีพ 1 และ 2 ตามความรับผิดส่วนแรกที่เลือก ตารางมีอายุเดียว จึงใช้ดูผลของความรับผิดส่วนแรก ไม่ใช่ผลของอายุ
ความรับผิดส่วนแรกต่อครั้ง | เบี้ยต่อปี แผน 1 ล้านบาท | เบี้ยต่อปี แผน 5 ล้านบาท |
|---|---|---|
ไม่มี | 18,475 บาท | 18,936 บาท |
20,000 บาท | 12,029 บาท | ไม่มีให้เลือก |
30,000 บาท | ไม่มีให้เลือก | 11,191 บาท |
50,000 บาท | 8,867 บาท | 9,859 บาท |
100,000 บาท | ไม่มีให้เลือก | 3,913 บาท |
เมื่อไม่มีความรับผิดส่วนแรก การเปลี่ยนจากแผน 1 ล้านเป็นแผน 5 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มค่าห้องต่อวันและค่าแพทย์ (แผ่นไม่ระบุหน่วย) จาก 2,000 เป็น 4,000 บาทด้วย เพิ่มเบี้ยเพียง 461 บาท (2.5%) แต่ความรับผิดส่วนแรก 50,000 บาทในแผน 5 ล้านบาทลดเบี้ยลง 9,077 บาท และ 100,000 บาทลดลง 15,023 บาท (79.3%) แผ่นนี้ไม่แยกเบี้ยของสัญญาหลักกับสัญญาเพิ่มเติม บทความนี้อ่านว่าส่วนต่างระหว่างช่องมาจากสัญญาเพิ่มเติม เพราะทุนประกันชีวิตของทุกช่องเท่ากันที่ 50,000 บาท
ส่วนที่ลดเบี้ยลงแลกกับเงินสดที่คุณต้องมีพร้อม ในแผน 5 ล้านบาทที่มีความรับผิดส่วนแรก 50,000 บาท ปีที่ไม่มีเคลมประหยัดได้ 9,077 บาท แต่ปีที่เข้าพักหนึ่งครั้งและบิลเกิน 50,000 บาท คุณจ่ายเอง 50,000 บาทรวมกับเบี้ย 9,859 บาทเป็น 59,859 บาท มากกว่าเบี้ยของแผนที่ไม่มีความรับผิดส่วนแรก (18,936 บาท) อยู่ 40,923 บาท เบี้ยจริงของคุณเปลี่ยนตามอายุ เพศ อาชีพ และปีที่ซื้อ ให้ทดสอบว่ายังจ่ายเบี้ยได้ในเดือนที่รายได้ต่ำที่สุดของปีที่ผ่านมา และมีเงินสดเท่าความรับผิดส่วนแรกพร้อมใช้
เทียบแผน ตรวจสิทธิเดิม และวิธีเคลม
ก่อนเทียบแผน ให้ไล่สิทธิค่ารักษาที่มีอยู่แล้ว แผ่นพับของ คปภ. ยกตัวอย่างสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกันสังคม สิทธิข้าราชการ และสวัสดิการประกันสุขภาพกลุ่มจากที่ทำงาน แล้วให้ประเมินว่าต้องการเพิ่มอะไร ถ้าคุณมีประกันสังคม คำถามว่าสิทธิครอบคลุมอะไรและเหลือส่วนที่ต้องออกเองเท่าไร อยู่ในบทความมีประกันสังคมต้องซื้อประกันสุขภาพเพิ่มไหม ส่วนวันที่สิทธิจากงานสิ้นสุดและวิธีเลือกว่าจะดูประกันอะไรก่อน อยู่ในบทความประกันชีวิตกับประกันสุขภาพต่างกันอย่างไร ซึ่งบอกด้วยว่าสัญญาเพิ่มเติมสิ้นสุดเมื่อกรมธรรม์หลักถูกเวนคืนหรือเปลี่ยนเป็นแบบใช้เงินสำเร็จหรือขยายเวลา
แผนเหมาจ่ายเหมาะกับคนที่ยังมีช่องว่างค่ารักษาก้อนใหญ่ที่สิทธิเดิมไม่รองรับและจ่ายเบี้ยต่อเนื่องได้ ประกันรองรับค่ารักษาก้อนใหญ่ที่เกิดไม่บ่อย จึงไม่ควรวัดความคุ้มจากการต้องเคลมให้เกินเบี้ยทุกปี และไม่เหมาะกับคนที่หวังเบิกโรคที่ถูกยกเว้น
เมื่อจะเทียบแผน ให้ขอคำตอบเป็นตัวเลขจากเอกสารของแต่ละแผนตามตารางนี้ แล้วขอให้ประเมินบิลสมมติชุดเดียวกันเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะแผนที่วงเงินรวมสูงกว่าอาจยังเหลือส่วนจ่ายเองมากกว่าจากวงเงินย่อยหรือข้อยกเว้น
เรื่องที่ต้องเทียบ | คำตอบที่ต้องได้จากเอกสาร |
|---|---|
ฐานนับวงเงิน | ต่อปีกรมธรรม์ ต่อการเข้าพักครั้งหนึ่ง หรือต่อโรค และมีเพดานรวมต่อปีหรือไม่ |
วงเงินย่อยและผู้ป่วยนอก | ค่าห้อง ICU ค่าแพทย์เยี่ยม ยากลับบ้าน ค่าศัลยแพทย์ เป็นเพดานหรือจ่ายตามจริง และมีผู้ป่วยนอกหรือไม่ กี่ครั้งและวงเงินเท่าไร |
ส่วนที่คุณจ่ายเอง | ความรับผิดส่วนแรก ร่วมจ่ายตั้งแต่เริ่ม ร่วมจ่ายตอนต่ออายุและวันเริ่มใช้ |
สิ่งที่ไม่จ่าย | ระยะรอคอย โรคที่เป็นมาก่อน ข้อยกเว้นที่แผนตัดออกหรือคงไว้ |
การต่ออายุ | ต่ออายุถึงอายุเท่าไร ตารางเบี้ยตามอายุ เงื่อนไขปรับเบี้ย |
การเคลม | เครือข่ายโรงพยาบาลที่ไม่ต้องสำรองจ่าย เอกสารที่ต้องส่ง และจำนวนวันที่ส่งได้ |
วิธีวางใบเสนอหลายฉบับเทียบกันอยู่ในบทความเปรียบเทียบประกันชีวิต
เรื่องเคลมมีสองทาง ถ้ารักษาที่โรงพยาบาลเครือข่าย หน้าเรียกร้องสินไหมของ AIA ระบุว่าผู้ป่วยในเรียกร้องได้โดยไม่ต้องสำรองจ่ายตามสิทธิและเงื่อนไขกรมธรรม์ หน้าของ AXA เขียนทำนองเดียวกัน และหน้าของ FWD ระบุว่าไม่ต้องสำรองจ่าย "ยกเว้น มีค่าใช้จ่ายเกินสิทธิ์" คือส่วนเกินสิทธิ์ยังต้องจ่ายเอง ถ้าจ่ายเองไปก่อน AIA ระบุว่าส่งเอกสารเรียกร้องภายหลังได้ แผ่นพับของ คปภ. ระบุเอกสารที่ต้องส่งคือแบบฟอร์มเรียกร้องของบริษัท ใบรายงานแพทย์ และใบเสร็จรับเงินต้นฉบับที่แสดงรายการค่าใช้จ่ายหรือใบสรุปปิดหน้างบ ถ้าคุณได้รับชดใช้จากสวัสดิการรัฐหรือสวัสดิการอื่นแล้ว แผ่นพับให้ส่งสำเนาใบเสร็จที่มีการรับรองยอดเพื่อเรียกร้องส่วนที่ขาดจากบริษัท
ระยะเวลาส่งเอกสารในแต่ละแหล่งไม่เท่ากัน ข้อความมาตรฐานของ คปภ. ให้ระยะที่ระบุในสัญญาไม่น้อยกว่า 90 วันนับจากวันออกจากโรงพยาบาล และไม่ทำให้สิทธิเสียไปถ้าแสดงเหตุอันสมควรที่ส่งไม่ทัน ส่วนหน้าของ AIA ระบุ 30 วัน จึงควรส่งให้เร็วและใช้จำนวนวันในสัญญาของคุณเป็นหลัก เมื่อบริษัทได้รับเอกสารครบถ้วน ข้อความมาตรฐานให้ชดใช้ภายใน 15 วัน ขยายได้ไม่เกิน 90 วันถ้ามีเหตุอันควรสงสัย
ภาษีโดยสรุปและสิ่งที่ต้องขอก่อนเซ็น
สำหรับเบี้ยที่จ่ายในปีภาษี 2569 เบี้ยประกันสุขภาพของตัวเองหักได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 25,000 บาท และอยู่ในวงเงิน 100,000 บาทเดียวกับเบี้ยประกันชีวิตและเงินฝากประเภทสงเคราะห์ชีวิต ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 126 ฉบับรวม เบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่หักได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี เป็นเพดานเดียวรวมพ่อและแม่ แยกจากวงเงิน 100,000 บาท เมื่อพ่อหรือแม่แต่ละคนมีเงินได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท และถ้าพี่น้องร่วมกันจ่ายให้เฉลี่ยตามจำนวนผู้มีเงินได้ ตามประกาศฉบับที่ 162 ประกันสุขภาพที่ซื้อแยกก็ใช้ได้และไม่ต้องมีอายุกรมธรรม์ 10 ปี ตามประกาศฉบับที่ 383 แต่ต้องแจ้งบริษัทว่าจะใช้สิทธิ และยอดที่หักไปลดเงินได้ก่อนคิดภาษี ไม่ใช่ได้เงินคืนเท่ายอดเบี้ย รายละเอียดอยู่ในบทความประกันสุขภาพลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ และในศูนย์รวมเรื่องลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกัน
ก่อนเซ็น ให้ตรวจสิ่งต่อไปนี้
- ใบคำขอ ตอบทุกข้อที่ถามให้ครบและตรวจข้อมูลที่กรอกให้ถูกต้อง แผ่นพับของ คปภ. ระบุว่าข้อมูลที่ผิดอาจเป็นเหตุให้บริษัทบอกล้างสัญญา
- ตารางผลประโยชน์ฉบับที่คุณจะได้รับ ดูฐานนับวงเงิน วงเงินย่อย ความรับผิดส่วนแรก ร่วมจ่าย ระยะรอคอย และบันทึกสลักหลังเรื่องร่วมจ่ายตอนต่ออายุถ้ามี
- สิทธิยกเลิกในช่วงตรวจสอบกรมธรรม์ แผ่นพับสุขภาพของ คปภ. ปี 2565 ระบุ 15 วันถ้าซื้อผ่านตัวแทนหรือนายหน้า และ 30 วันถ้าซื้อทางอิเล็กทรอนิกส์หรือโทรศัพท์ นับจากวันที่ได้รับกรมธรรม์ ให้ยืนยันจำนวนวันจากกรมธรรม์ของคุณ
คำว่าเหมาจ่ายบอกเพียงว่าแผนชดใช้ค่ารักษาตามจริงภายในวงเงิน ให้อ่านฐานนับวงเงิน วงเงินย่อย ความรับผิดส่วนแรก ร่วมจ่าย และข้อยกเว้นก่อนตัวเลขหลักล้านบนหน้าตาราง
แหล่งอ้างอิง
ตัวอย่างแผนของบริษัทประกันใช้ประกอบการอ่านตาราง ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือการจัดอันดับ หน้าเว็บและเอกสารตรวจ ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569 หน้าเว็บที่ไม่ระบุวันที่ระบุไว้ว่าไม่ระบุวันที่
- สำนักงาน คปภ. — คำสั่งนายทะเบียน ที่ 14/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบแบบและข้อความสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ ประเภทสามัญ แบบมาตรฐาน สำหรับบริษัทประกันชีวิต — ลงนามเมษายน พ.ศ. 2564 (วันที่เขียนด้วยลายมือ) มีผลตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2564 ไฟล์สแกน 31 หน้า ไม่ระบุเลขที่ราชกิจจานุเบกษา
- สำนักงาน คปภ. — แผ่นพับ การประกันภัยสุขภาพ — พิมพ์ พ.ศ. 2565 (หน้าพิมพ์ระบุ 31 พฤษภาคมและ 16 มิถุนายน 2565 เนื้อหาตรงกัน)
- สำนักงาน คปภ. — ข่าว ฉบับที่ สสอ. 125/2567 ไขข้อสงสัยการมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) ในช่วงการต่ออายุสัญญาประกันภัยสุขภาพ — พ.ศ. 2567 (ไฟล์สร้าง 25 ธันวาคม 2567)
- สำนักงาน คปภ. — ข่าว ฉบับที่ สสอ. 36/2568 คปภ. และสภาผู้บริโภคร่วมทบทวนมาตรการ Copayment — 24 มีนาคม 2568
- สำนักงาน คปภ. — ข่าว ฉบับที่ สสอ. 103/2568 คปภ. แนะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ประกันภัยสุขภาพช่วยบริหารค่ารักษาพยาบาลได้ — 22 มิถุนายน 2568
- สมาคมประกันชีวิตไทย — ชี้แจงแนวปฏิบัติประกันสุขภาพ ส่วนร่วมจ่าย (Copayment) ในเงื่อนไขการต่ออายุ — 6 กุมภาพันธ์ 2568
- เอไอเอ — สัญญาเพิ่มเติม AIA Health Happy ตารางผลประโยชน์โดยย่อ — หน้าเว็บไม่ระบุวันที่
- เอไอเอ — การเรียกร้องสินไหมประกันสุขภาพและอุบัติเหตุรายบุคคล — หน้าเว็บไม่ระบุวันที่
- ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (นายหน้า) และเมืองไทยประกันชีวิต (ผู้รับประกันภัย) — โครงการ Happy D Health Lite 99/99 — แผ่นข้อมูลระบุรุ่น V.3 01.05.2026 (ข้อความบนแผ่น) ไฟล์สร้าง 10 เมษายน 2569
- แอกซ่า ประกันภัย — ประกันสุขภาพเหมาจ่าย AXA SmartCare Essential — หน้าเว็บไม่ระบุวันที่
- เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต — ประกันสุขภาพเหมาจ่าย Easy E-Health — หน้าเว็บไม่ระบุวันที่
- พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต — การจัดการกรมธรรม์ประกันชีวิต — หน้าเว็บไม่ระบุวันที่
- กรมสรรพากร — กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ฉบับรวมแก้ไข ข้อ 2 (97) — หน้าเว็บปรับปรุงล่าสุด 13 มกราคม 2569
- กรมสรรพากร — ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 383) หลักเกณฑ์เบี้ยประกันสุขภาพของผู้มีเงินได้ — ราชกิจจานุเบกษา 22 ตุลาคม 2563
- กรมสรรพากร — ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 162) หลักเกณฑ์เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา ฉบับรวมแก้ไข — หน้าเว็บปรับปรุงล่าสุด 8 พฤษภาคม 2566


