บทความทั้งหมด

ประกันชีวิตกับประกันสุขภาพต่างกันอย่างไร 2569: ซื้ออะไรก่อน และใช้ร่วมกันอย่างไร

ประกันชีวิตจ่ายเงินก้อนเมื่อเสียชีวิตหรือในบางแบบเมื่ออยู่ครบสัญญา ส่วนประกันสุขภาพชดใช้ค่ารักษา เทียบสองแบบ พร้อมวิธีเลือกสัญญาเพิ่มเติมหรือกรมธรรม์แยก และดูว่าควรซื้ออะไรก่อน

"ประกันชีวิต" VS "ประกันสุขภาพ" แบบไหนที่ใช่คุณ

ประกันชีวิตกับประกันสุขภาพจ่ายเงินในคนละเหตุการณ์ ประกันชีวิตจ่ายจำนวนเงินที่ตกลงไว้เมื่อผู้เอาประกัน ซึ่งคือคนที่ได้รับความคุ้มครอง เสียชีวิต หรือในบางแบบเมื่อมีชีวิตอยู่ถึงวันที่สัญญากำหนด โดยจ่ายให้ผู้รับประโยชน์หรือผู้เอาประกันเอง ตามที่เอกสารเรื่องการประกันชีวิตของ คปภ.อธิบายไว้ ส่วนประกันสุขภาพแบบชดใช้ค่ารักษาจ่ายค่ารักษาที่เข้าเงื่อนไขตามที่จ่ายจริง ภายในวงเงินที่กรมธรรม์กำหนด ดังข้อความในสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพของเมืองไทยประกันชีวิต

ผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต 1,000,000 บาทจึงเบิกค่าผ่าตัดไม่ได้ และวงเงินค่ารักษา 1,000,000 บาทก็ไม่ได้แปลว่าครอบครัวจะได้เงินก้อนนั้นเมื่อคุณเสียชีวิต สองอย่างไม่ใช่ของแทนกัน

คำถามที่ช่วยได้จึงไม่ใช่ว่าแบบไหนดีกว่า แต่คือความเสียหายแบบไหนที่คุณรับเองไม่ไหว ลองตอบสองข้อจากสถานการณ์ของตัวเอง ข้อแรก ถ้ารายได้ของคุณหยุดลง ใครต้องใช้เงินแทนและต้องใช้นานเท่าไร ข้อสอง ถ้าต้องนอนโรงพยาบาลครั้งใหญ่ สิทธิที่คุณมีอยู่แล้วไม่จ่ายส่วนไหนจนคุณต้องออกเอง ข้อแรกชี้ไปทางประกันชีวิต ข้อสองชี้ไปทางประกันสุขภาพ

ลำดับการตรวจที่บทความนี้เสนอคือ ถ้ามีคนพึ่งรายได้ของคุณ ให้ตรวจส่วนที่ขาดด้านชีวิตก่อน ถ้าไม่มี ให้ตรวจก่อนว่าสิทธิรักษาที่มีอยู่พาไปโรงพยาบาลที่คุณจะใช้ได้หรือไม่ และสิทธินั้นหมดเมื่อไร ทั้งสองข้อดึงเงินสำรองก้อนเดียวกัน ซึ่งหัวข้อ "ซื้ออะไรก่อน" แสดงด้วยตัวเลข

บทความนี้เริ่มจากตารางเทียบว่าสองประกันจ่ายเมื่อไร แล้วดูการซื้อสุขภาพพ่วงหรือซื้อแยก สิทธิที่คุณอาจมีอยู่แล้ว วิธีเลือกว่าจะเริ่มจากอะไร และสิ่งที่ควรขอก่อนเซ็น ตัวอย่างจากเอกสารของบริษัทประกันเป็นภาพประกอบวิธีอ่านเงื่อนไข ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือการจัดอันดับ

ประกันชีวิตกับประกันสุขภาพจ่ายเมื่อไร จ่ายให้ใคร และจ่ายเท่าไร

ก่อนอ่านตาราง มีคำที่ใช้ซ้ำอยู่ห้าคำ

  • จำนวนเงินเอาประกันภัยหรือทุนประกัน คือตัวเลขที่บริษัทใช้คำนวณผลประโยชน์ ไม่ใช่เงินออมของคุณ
  • ผู้รับประโยชน์ คือคนที่คุณระบุไว้ให้รับเงินกรณีเสียชีวิต
  • ชดใช้ตามจริง คือบริษัทจ่ายค่ารักษาที่เข้าเงื่อนไขตามที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่เกินวงเงิน ไม่จ่ายเป็นจำนวนคงที่
  • ต่ออายุเมื่อครบรอบปีกรมธรรม์ คือสัญญามีระยะเอาประกันภัย 1 ปี แล้วต่อให้เป็นรายปีตามเงื่อนไขในสัญญา
  • ระยะรอคอย คือช่วงแรกหลังสัญญามีผล ซึ่งโรคบางอย่างยังไม่ได้รับความคุ้มครอง

เรื่อง

ประกันชีวิต

ประกันสุขภาพแบบชดใช้ค่ารักษา

เหตุที่จ่าย

เสียชีวิต หรือในแบบที่มีเงินรับขณะมีชีวิตคือมีชีวิตอยู่ถึงวันที่กำหนด เช่น แบบสะสมทรัพย์

เจ็บป่วยหลังพ้นระยะรอคอยที่ใช้กับโรคนั้น หรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เข้าเงื่อนไข โดยการรักษาต้องจำเป็นทางการแพทย์

จ่ายให้ใครและเท่าไร

ผู้รับประโยชน์ หรือผู้เอาประกันกรณีมีชีวิต ตามทุนประกันที่ตกลงไว้ล่วงหน้า

ผู้เอาประกันตามวิธีเคลมของบริษัท ตามค่ารักษาที่เข้าเงื่อนไข ไม่เกินวงเงินต่อครั้งและต่อปีกรมธรรม์ (ถ้ามี)

ระยะสัญญา

ตามแบบที่ซื้อ เช่น 10 ปี หรือถึงอายุ 99 ปี

1 ปี ต่ออายุได้เมื่อครบรอบปีกรมธรรม์จนถึงอายุที่สัญญากำหนด

เบี้ย

ตามแบบ เช่น เท่ากันทุกปีในแบบ 10 ปีของตัวอย่างด้านล่าง

บริษัทอาจปรับเบี้ยเมื่อครบรอบปี ตามอายุ ต้นทุนค่ารักษา และค่ารักษาที่บริษัทจ่ายให้ผู้ถือสัญญาแบบเดียวกันทั้งกลุ่ม

ตารางสรุปจากเอกสารของ คปภ. ที่อ้างข้างต้น แผ่นข้อมูลแบบ My Gift 10.10 ของ AIA สัญญาเพิ่มเติม ดี เฮลท์ ไลต์ ของเมืองไทยประกันชีวิต และแผ่นพับการประกันภัยสุขภาพของ คปภ. ที่พิมพ์ในปี 2565 เอกสารของ AIA และเมืองไทยฯ ไม่ระบุวันที่ ไฟล์ของ AIA แสดงแก้ไขล่าสุด 27 กรกฎาคม 2569 ส่วนเซิร์ฟเวอร์ของเมืองไทยฯ ระบุปรับปรุงล่าสุด 6 กรกฎาคม 2569 สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพของบริษัทประกันชีวิตใช้ข้อความมาตรฐานตามคำสั่งนายทะเบียน (หัวข้อถัดไป) ส่วนแบบประกันชีวิตของบริษัทอื่นอาจต่างออกไป

ระยะรอคอยในตารางเป็นเงื่อนไขของการเจ็บป่วย สำหรับสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพที่ใช้แบบมาตรฐานตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 14/2564 ข้อกำหนดทั่วไปข้อ 12 บริษัทไม่นำเงื่อนไขระยะรอคอยนี้มาใช้เมื่อผู้เอาประกันได้รับบาดเจ็บ หรือต้องผ่าตัดฉุกเฉินที่ไม่ได้เกิดจากภาวะสืบเนื่องจากโรคที่เป็นมาก่อนเอาประกันภัย ดังนั้น อุบัติเหตุในช่วงแรกของสัญญาจึงไม่ถูกตัดสิทธิเพียงเพราะยังอยู่ในระยะรอคอยของการเจ็บป่วย แต่ยังต้องเข้าเงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นอื่นของกรมธรรม์ที่ถืออยู่

ตัวอย่างสมมติต่อไปนี้ใช้เหตุการณ์เดียวกันกับกรมธรรม์สองฉบับ ผู้เอาประกันเป็นผู้ชายอายุ 40 ปี ถือประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา 10 ปีของ AIA ทุน 1,000,000 บาท ซึ่งเอกสารเสนอขายที่ทิสโก้ อินชัวรันส์เสนอขายระบุอัตรา 7.63 บาทต่อทุน 1,000 บาทสำหรับชายอายุ 40 ปี หักส่วนลด 1 บาทต่อทุน 1,000 บาทเมื่อทุนตั้งแต่ 1,000,000 บาท เบี้ยจึงเป็น 7,630 − 1,000 = 6,630 บาทต่อปี เท่ากันทุกปี รวม 10 ปี 66,300 บาท (เอกสารพิมพ์ตัวอย่างไว้ที่อายุ 35 ปี ส่วนอายุ 40 ปีคำนวณจากอัตราในแผ่นเดียวกัน) ประกันสุขภาพเป็นกรมธรรม์แบบชดใช้ที่ซื้อแยก วงเงินสูงกว่าค่ารักษาในตัวอย่าง และไม่มีส่วนที่ผู้เอาประกันรับเอง

เหตุการณ์สมมติ

ประกันชีวิต 1,000,000 บาท

ประกันสุขภาพแบบชดใช้

ปีที่ 3 นอนโรงพยาบาล ค่ารักษา 130,000 บาท เข้าเงื่อนไขทั้งหมด

ไม่จ่าย เพราะไม่ใช่เหตุที่ประกันชีวิตแบบนี้จ่าย

จ่าย 130,000 บาท เพราะไม่เกินวงเงิน

ปีที่ 4 เสียชีวิต หลังจ่ายเบี้ยชีวิตแล้ว 4 ปี (4 × 6,630 = 26,520 บาท)

จ่าย 1,000,000 บาทให้ผู้รับประโยชน์

ไม่จ่ายเงินกรณีเสียชีวิต จ่ายเฉพาะค่ารักษา

ครบ 10 ปีโดยไม่เกิดเหตุ

ไม่จ่าย แบบนี้ไม่มีเงินรับขณะมีชีวิต

ไม่จ่าย แต่ต่ออายุเป็นรายปีต่อไปได้จนถึงอายุที่รับประกันภัย ไม่จบพร้อมประกันชีวิต

สองกรมธรรม์ไม่ได้แย่งกันจ่ายเหตุเดียวกัน ถ้าไม่มีประกันชีวิต ครอบครัวไม่มีเงินก้อนในแถวที่สอง ถ้าไม่มีประกันสุขภาพ และในตัวอย่างนี้คุณไม่มีสิทธิรักษาอื่น คุณต้องออกค่ารักษาในแถวแรกเอง ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่ากรมธรรม์ใดคุ้มกว่า ถ้าสัญญาสุขภาพเป็นสัญญาเพิ่มเติมแนบประกันชีวิตแบบ 10 ปีนี้ แถวที่สามจะต่างออกไป เพราะความคุ้มครองสุขภาพจบพร้อมสัญญาหลักไม่เกินปีที่ 10 ตามหัวข้อถัดไป

แผนแบบชดใช้ยังต้องดูว่าจ่ายค่ารักษาแบบไหน ตารางของสัญญาเมืองไทยฯ ที่ยกมาแยกผู้ป่วยใน คือการรับตัวไว้พักรักษาในโรงพยาบาล ออกจากการรักษาที่ไม่ต้องพักค้างซึ่งมีเฉพาะบางหมวด เช่น การตรวจวินิจฉัยก่อนและหลังเข้าพักรักษาภายใน 30 วัน และการรักษาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุภายใน 24 ชั่วโมง จึงไม่ควรสรุปว่าแผนจ่ายค่าไปพบแพทย์ทั่วไป

ชื่ออื่นที่ทำให้สับสนมีสามชื่อ ประกันอุบัติเหตุจ่ายเมื่อบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ เช่นตารางของประกันอุบัติเหตุกลุ่มในคู่มือประกันกลุ่มของ AIAจ่ายร้อยละ 100 ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเมื่อเสียชีวิต และร้อยละอื่นสำหรับการสูญเสียอวัยวะบางรายการ ส่วนประกันโรคร้ายแรงจ่ายเมื่อแพทย์วินิจฉัยโรคเข้านิยามในสัญญา เช่นสัญญาเพิ่มเติม ดี แคร์ ในเอกสารเมืองไทยฯ ฉบับเดียวกัน จ่ายเป็นร้อยละของจำนวนเงินเอาประกันภัย ไม่ได้ชดใช้ตามใบเสร็จ ความต่างจากค่ารักษามีบทความแยกอธิบาย

ซื้อพ่วงเป็นสัญญาเพิ่มเติมหรือซื้อแยก และเกิดอะไรขึ้นเมื่อหยุดจ่าย

สัญญาเพิ่มเติม คือสัญญาที่แนบกับกรมธรรม์หลัก มีเบี้ยและเงื่อนไขของตัวเอง ประกันสุขภาพจึงมาได้สองทาง แผ่นพับของ คปภ.อธิบายว่า ถ้าทำกับบริษัทประกันชีวิต ต้องทำกรมธรรม์ประกันชีวิตก่อนแล้วทำประกันสุขภาพเป็นสัญญาเพิ่มเติม ซึ่งให้ความคุ้มครองสิ้นสุดไม่เกินระยะคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันชีวิตหรืออายุที่รับประกันภัย คืออายุสูงสุดที่สัญญายอมให้ต่อ ส่วนถ้าทำกับบริษัทประกันวินาศภัย ทำเป็นกรมธรรม์สุขภาพได้เลย คุ้มครองแบบปีต่อปีและต่ออายุได้จนถึงอายุที่รับประกันภัย แผ่นข้อมูลโครงการ Happy D Health Lite 99/99 ที่ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์เสนอขาย (ผู้รับประกันภัยคือเมืองไทยประกันชีวิต รุ่น V.3 01.05.2026 บนแผ่น) ระบุทำนองเดียวกันว่าสัญญาเพิ่มเติมต้องแนบกรมธรรม์ที่มีผลอยู่ ไม่คุ้มครองเกินระยะเอาประกันภัยของกรมธรรม์หลัก และต่ออายุได้ถึงอายุ 98 ปี

สำหรับสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพของบริษัทประกันชีวิต คำสั่งนายทะเบียนที่ 14/2564 มีผลตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2564 นิยามไว้ว่าเป็นสัญญาเพิ่มเติมแนบกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญที่จ่ายค่ารักษาเมื่อบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือป่วยจนต้องเป็นผู้ป่วยใน ไม่รวมสัญญาเพิ่มเติมอุบัติเหตุ ชดเชยรายวัน และโรคร้ายแรง (ข้อ 5) และให้ใช้แบบและข้อความมาตรฐานที่แนบท้ายแทนแบบเดิม (ข้อ 6 และ 7) ยกเว้นสัญญาที่ออกก่อนวันนั้นซึ่งยังต่ออายุตามข้อความเดิมได้ (ข้อ 6(ก)) ไฟล์สแกนที่อ้างไว้ไม่ระบุเลขที่ราชกิจจานุเบกษา ข้อความที่ยกมาจากสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพของเมืองไทยฯตรงกับแบบมาตรฐานนี้ คำสั่งไม่ได้พูดถึงกรมธรรม์สุขภาพที่ซื้อแยก

คำที่ใช้ในตารางต่อไปนี้ ตามธนาคารแห่งประเทศไทย

  • ระยะผ่อนผัน คือ 31 วันหลังวันครบกำหนดจ่ายเบี้ย ซึ่งกรมธรรม์ยังมีผลอยู่
  • เวนคืน คือขอเลิกกรมธรรม์แล้วรับเงินตามตารางมูลค่าเวนคืน ความคุ้มครองทั้งหมดสิ้นสุด
  • กรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ คือหยุดจ่ายเบี้ย ความคุ้มครองอยู่ต่อตามระยะเดิมแต่ทุนประกันลดลง
  • แบบขยายเวลา คือหยุดจ่ายเบี้ย ทุนประกันเท่าเดิมแต่ระยะคุ้มครองสั้นลง

เรื่อง

สัญญาเพิ่มเติมแนบประกันชีวิต

กรมธรรม์สุขภาพแยก

ต้องมีกรมธรรม์หลักไหม

ต้องมี และต้องจ่ายเบี้ยของสัญญาหลักต่อไป

ไม่ผูกกับประกันชีวิต

คุ้มครองได้นานที่สุด

ไม่เกินระยะเอาประกันภัยของสัญญาหลัก เช่น ถ้าสัญญาหลักเป็นแบบ 10 ปี ความคุ้มครองสุขภาพก็จบไม่เกินปีที่ 10

ปีต่อปีจนถึงอายุที่รับประกันภัย

เมื่อสัญญาหลักถูกเวนคืน เปลี่ยนเป็นใช้เงินสำเร็จ หรือเป็นแบบขยายเวลา

สัญญาเพิ่มเติมสิ้นสุด และตามข้อ 8(4) ของแบบมาตรฐาน บริษัทคืนเบี้ยส่วนที่ยังไม่ได้ให้ความคุ้มครอง

ไม่เกี่ยวกัน

เมื่อไม่จ่ายเบี้ยเกินระยะผ่อนผัน

สัญญาสิ้นผล ขอกลับมาได้ภายใน 90 วันนับจากวันครบกำหนดโดยบริษัทยินยอม

เช่นเดียวกัน ตามแผ่นพับ คปภ.

เมื่อคุณบอกเลิกเอง

บริษัทประกันชีวิตหักเบี้ยส่วนที่คุ้มครองมาแล้วตามสัดส่วน

บริษัทประกันวินาศภัยหักตามอัตราเบี้ยระยะสั้นที่ระบุในสัญญา

แบบมาตรฐานกำหนดระยะเอาประกันภัย 1 ปีและต่ออายุทุกรอบปี เว้นแต่บริษัทมีหลักฐานว่าคุณแถลงข้อความในใบคำขอไม่จริง เรียกร้องค่ารักษาโดยไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์ หรือเรียกร้องค่าชดเชยนอนโรงพยาบาลรวมทุกบริษัทเกินรายได้จริง โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน (ข้อ 7) ส่วนเบี้ย ข้อ 14 ระบุว่าบริษัทอาจปรับเมื่อครบรอบปีตามอายุ ชั้นอาชีพ ค่ารักษาที่สูงขึ้น หรือประสบการณ์จ่ายของสัญญาเพิ่มเติมแบบนั้นทั้งกลุ่ม ในอัตราที่นายทะเบียนเห็นชอบ ต่างจากแบบ 10 ปีของ AIA ที่เบี้ย 6,630 บาทเท่ากันทุกปี หน้าผลิตภัณฑ์ AIA Health Happyระบุทำนองเดียวกัน เบี้ยปีแรกจึงไม่ใช่ต้นทุนของการถือไปสิบปี ให้ขอตารางเบี้ยตามอายุ

ความรับผิดส่วนแรก คือจำนวนเงินต่อครั้งที่คุณจ่ายเองก่อน แล้วบริษัทจึงจ่ายส่วนที่เหลือ ส่วนร่วมจ่าย (Copayment) คือส่วนที่คุณจ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่ารักษา ตัวอย่างของ คปภ. คือร่วมจ่าย 10% เมื่อค่ารักษา 10,000 บาท คุณจ่าย 1,000 บาท บริษัทจ่าย 9,000 บาท ข่าวของ คปภ. ฉบับที่ สสอ. 125/2567ระบุว่าเงื่อนไขร่วมจ่ายแบบใช้ตอนต่ออายุ ซึ่งใช้เฉพาะเมื่อเข้าหลักเกณฑ์ที่สัญญาเขียนไว้ บริษัทต้องแจ้งตั้งแต่วันเริ่มทำประกัน และเพิ่มภายหลังไม่ได้ กลไกและตัวอย่างบิลอยู่ในบทความเรื่องประกันสุขภาพเหมาจ่าย

สัญญาสุขภาพที่สิ้นผลเพราะไม่จ่ายเบี้ย ขอกลับมามีผลได้ภายใน 90 วันนับจากวันครบกำหนด โดยบริษัทยินยอมและไม่เริ่มนับระยะรอคอยกับสภาพที่เป็นมาก่อนใหม่ ตามแผ่นพับ คปภ. และข้อ 10 ของแบบมาตรฐาน สภาพที่เป็นมาก่อนคือโรคหรืออาการที่มีอยู่ก่อนวันเริ่มคุ้มครอง ถ้าเปลี่ยนสัญญาหลักเป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จหรือแบบขยายเวลา ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมที่แนบท้ายจะสิ้นสุดลง ตรงกับข้อ 8(4) ของแบบมาตรฐาน หากไปซื้อสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพฉบับใหม่ พรูเด็นเชียลระบุว่าระยะรอคอยและสภาพที่เป็นมาก่อนต้องเริ่มนับใหม่ จึงยังไม่ควรยกเลิกฉบับเดิมจนกว่าฉบับใหม่อนุมัติและเริ่มคุ้มครองแล้ว บทความนี้อ่านว่า ถ้าเลือกสุขภาพแบบแนบ ควรเลือกสัญญาหลักที่ตั้งใจถือไว้และจ่ายเบี้ยต่อไหวตลอดช่วงที่ยังต้องการความคุ้มครองสุขภาพ

ตรวจสิทธิที่มีอยู่ก่อน: ประกันสังคม ประกันกลุ่มจากที่ทำงาน และวันที่สิทธิหมด

แผ่นพับของ คปภ. ที่อ้างข้างต้นให้ดูก่อนว่าตนมีสิทธิค่ารักษาอะไรอยู่แล้ว เช่น สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกันสังคม สิทธิข้าราชการ หรือสวัสดิการประกันสุขภาพกลุ่มจากที่ทำงาน แล้วจึงประเมินว่าต้องการเสริมอะไร ส่วนคำถามว่ามีประกันสังคมต้องซื้อประกันสุขภาพเพิ่มไหม มีบทความแยกที่เทียบสิทธิรักษากับค่าใช้จ่ายที่ต้องออกเอง

ประกันสังคมไม่ได้จ่ายแค่ค่ารักษา มาตรา 73 ของพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533ระบุว่าถ้าผู้ประกันตนเสียชีวิตโดยไม่ได้เนื่องจากอันตรายหรือการเจ็บป่วยจากการทำงาน และเคยจ่ายเงินสมทบอย่างน้อย 1 เดือนภายใน 6 เดือนก่อนเสียชีวิต จะจ่ายค่าทำศพ 50,000 บาทให้ผู้จัดการศพตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินค่าทำศพ พ.ศ. 2563 และจ่ายเงินสงเคราะห์เท่ากับร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายเดือนตามมาตรา 57 คูณ 4 (เท่ากับค่าจ้าง 2 เดือน) ถ้าส่งเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนแต่ไม่ถึง 120 เดือน และคูณ 12 (เท่ากับค่าจ้าง 6 เดือน) ถ้าส่งตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป ให้ผู้ที่ผู้ประกันตนทำหนังสือระบุไว้ ตัวเลขนี้เป็นรายการที่หักออกจากส่วนที่ขาดได้ แต่ผูกกับค่าจ้างและระยะส่งเงินสมทบ ไม่ใช่ทุนที่คุณเลือกเอง ควรยืนยันจำนวนกับสำนักงานประกันสังคม ก่อนใช้

ประกันกลุ่มจากที่ทำงานอาจมีทั้งความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ คู่มือประกันกลุ่มสำหรับพนักงานของ AIA (ไม่ระบุวันที่ ข้อมูลไฟล์ระบุสร้าง 5 พฤศจิกายน 2563 และแก้ไข 2 กรกฎาคม 2564) ยกตัวอย่างชุดที่มีทั้งประกันชีวิตกลุ่ม อุบัติเหตุ โรคร้ายแรง และสุขภาพกลุ่ม ประกันชีวิตกลุ่มในคู่มือนั้นคุ้มครองครั้งละ 1 ปีและต่ออายุเป็นรายปี ความคุ้มครองของพนักงานสิ้นสุดอัตโนมัติเมื่อกรมธรรม์กลุ่มสิ้นผลหรือเมื่อพ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน และคู่สมรสกับบุตรต้องเป็นครอบครัวของพนักงานประจำที่ปฏิบัติงานเต็มเวลา จึงควรถามว่าสิทธิของครอบครัวหมดพร้อมคุณหรือไม่ คู่มือเป็นเพียงสรุป ให้ขอตารางสิทธิจริงจากฝ่ายบุคคล และคู่มือไม่ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนเป็นกรมธรรม์รายบุคคลเมื่อลาออก จึงควรถามฝ่ายบุคคลหรือบริษัทประกันก่อนวันสุดท้ายของงาน

เมื่อออกจากงาน สิทธิสองส่วนไปคนละทาง ผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้ถ้ายื่นภายใน 6 เดือนนับจากวันสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง เช่นวันลาออก ตามมาตรา 39 ของพระราชบัญญัติประกันสังคม ซึ่งมาตรา 54 ให้ได้ประโยชน์ทดแทน 6 กรณี รวมเจ็บป่วยและตาย ยกเว้นว่างงาน ฐานเงินสมทบกำหนดในกฎกระทรวง ให้ถามสายด่วน 1506 ว่าตอนนี้เป็นเท่าไร ถ้าคุณจะซื้อประกันสุขภาพเองหลังจากนั้น ต้องแถลงสุขภาพในใบคำขอ และแบบมาตรฐานของคำสั่งนายทะเบียนที่ 14/2564 ข้อ 12 กำหนดระยะรอคอยได้ไม่เกิน 30 วัน กับไม่เกิน 120 วันสำหรับโรคที่ระบุ เช่น ไส้เลื่อนและต้อกระจก และข้อ 11 ยกเว้นโรคที่เป็นอยู่ก่อนวันเริ่มคุ้มครองตามเงื่อนไขของข้อนั้น ดังนั้นให้ตรวจวันที่สิทธิหมดก่อนวันสุดท้ายของงาน ไม่ใช่หลังจากหมดแล้ว

ข่าวของ คปภ. ฉบับเดียวกันระบุว่าแผนที่ร่วมจ่ายตั้งแต่วันเริ่มทำประกัน เหมาะกับผู้ที่สุขภาพแข็งแรงหรือมีสวัสดิการสุขภาพกลุ่มอยู่แล้ว เพราะเบี้ยถูกกว่า จึงควรตรวจใหม่เมื่อสวัสดิการกลุ่มกำลังจะหมด

ซื้ออะไรก่อน: ถามสองข้อแล้วดูว่าส่วนไหนรับเองไม่ไหว

ข้อแรกคือด้านชีวิต ถ้ารายได้ของคุณหยุดถาวร ใครต้องใช้เงินแทน ต้องใช้เท่าไร และนานกี่ปี แล้วธนาคารแห่งประเทศไทยให้หักสินทรัพย์ สวัสดิการจากที่ทำงาน และสิทธิประกันสังคมที่มีอยู่ ส่วนที่ยังขาดคือทุนที่ควรมองหา วิธีไล่รายการอยู่ในบทความประกันชีวิตแบบไหนดี ข้อสองคือด้านสุขภาพ ถ้าต้องนอนโรงพยาบาลครั้งใหญ่ สิทธิในหัวข้อก่อนหน้าไม่จ่ายส่วนไหน และคุณจ่ายส่วนนั้นจากเงินสดที่ยังไม่ถูกนับไปแล้วในข้อแรกได้หรือไม่

ตัวอย่างสมมติต่อไปนี้ใช้ครอบครัวเดียวกับตัวอย่างในบทความนั้น ภาระรวมหลังคุณเสียชีวิต 3,700,000 บาท (รายจ่ายครอบครัว หนี้บ้าน ค่าเรียนลูก และค่าจัดการงานศพ) หักเงินออม 500,000 บาท ประกันชีวิตเดิม 400,000 บาท และประกันกลุ่มจากที่ทำงาน 600,000 บาท เหลือส่วนที่ขาด 2,200,000 บาท ถ้าประกันกลุ่มหมดพร้อมงาน ส่วนที่ขาดเป็น 2,800,000 บาท

สมมติเพิ่มว่าก่อนเหตุนั้น คุณนอนโรงพยาบาลและมีค่ารักษาส่วนที่สิทธิไม่จ่าย 150,000 บาท จ่ายจากเงินออมก้อนเดียวกัน เงินออมจึงเหลือ 350,000 บาท ส่วนที่ขาดตอนเสียชีวิตกลายเป็น 3,700,000 − (350,000 + 400,000 + 600,000) = 2,350,000 บาท มากกว่าเดิม 150,000 บาท สองคำถามจึงดึงจากเงินสำรองก้อนเดียวกัน ไม่ควรนับเงินก้อนนั้นเป็นทั้งเงินจ่ายค่ารักษาและเงินของครอบครัวหลังเสียชีวิตเต็มจำนวนพร้อมกัน ตัวอย่างนี้ไม่รวมเบี้ยประกันสุขภาพ ซึ่งต้องจ่ายจากรายได้ทุกปี

สถานการณ์ของคุณ

ตรวจก่อน

เหตุผล

มีคนพึ่งรายได้ของคุณ เช่น ลูก คู่สมรสที่ไม่มีรายได้ หนี้บ้าน หรือพ่อแม่ที่คุณส่งเงินให้เป็นประจำ

ส่วนที่ขาดด้านชีวิตก่อน แล้วดูค่ารักษาที่สิทธิเดิมไม่จ่าย

เหตุแรกทำให้ครอบครัวขาดรายได้ ค่ารักษาที่ไม่มีสิทธิรองรับกินเงินออมตามตัวอย่างข้างต้น

ไม่มีใครพึ่งรายได้คุณ และมีประกันสังคมหรือประกันกลุ่ม

สิทธิรักษาเดิมพาไปโรงพยาบาลที่คุณจะใช้ได้ไหม และหมดเมื่อไร

ส่วนที่ขาดด้านชีวิตอาจเป็นศูนย์

ไม่มีใครพึ่งรายได้คุณ และไม่มีประกันสังคมหรือประกันกลุ่ม

สิทธิรักษาหลักที่มีอยู่ เช่น สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า และเงินสดสำรองสำหรับค่ารักษา

แผ่นพับ คปภ. ให้ดูสิทธิเดิมก่อนกำหนดว่าจะเสริมอะไร

ประกันกลุ่มหรืองานกำลังจะสิ้นสุด (ทำควบกับแถวข้างต้น)

วันที่สิทธิหมด สิทธิของครอบครัว และเงื่อนไขของแผนใหม่ ก่อนวันสุดท้าย

ส่วนที่ขาดด้านชีวิตเพิ่มเมื่อประกันชีวิตกลุ่มหมด แผนสุขภาพใหม่มีระยะรอคอย

เมื่อรู้ว่าส่วนไหนใหญ่กว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำให้เลือกแบบที่จ่ายเบี้ยได้ครบตลอดอายุสัญญา เบี้ยสุขภาพอาจปรับตามอายุ จึงควรทดสอบว่าเบี้ยรวมของทุกกรมธรรม์ยังจ่ายไหวในเดือนที่รายได้ต่ำที่สุดของปีที่ผ่านมา ปัจจัยที่ทำให้เบี้ยต่างกันอยู่ในบทความเบี้ยประกันชีวิตคิดจากอะไร

ตัวอย่างสมมติใช้ผู้ชายอายุ 40 ปีคนเดิม กันงบเบี้ยรวมไว้ปีละ 24,000 บาท โครงการ Happy D Health Lite 99/99 ตามแผ่นข้อมูลที่ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์เสนอขาย (ผู้รับประกันภัยคือเมืองไทยประกันชีวิต) เป็นประกันชีวิตตลอดชีพที่แนบสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ วงเงิน 1,000,000 บาทต่อครั้ง แต่ให้ทุนประกันชีวิตเพียง 50,000 บาท ตัวอย่างเบี้ยต่อปีของชายอายุ 40 ปีในแผ่นนั้น สำหรับกลุ่มอาชีพ 1 และ 2 คือ 18,475 บาทถ้าไม่มีความรับผิดส่วนแรก 12,029 บาทถ้ารับผิดส่วนแรกครั้งละ 20,000 บาท และ 8,867 บาทถ้าครั้งละ 50,000 บาท โดยไม่แยกเบี้ยสัญญาหลักกับสัญญาเพิ่มเติม ถ้าส่วนที่ขาดด้านชีวิตของคุณใหญ่เหมือนครอบครัวตัวอย่างข้างต้น ทุนชีวิต 50,000 บาทไม่พอ จึงเพิ่มประกันชีวิตแบบ 10 ปีของ AIA ทุน 1,000,000 บาทที่เบี้ย 6,630 บาท รวม 18,475 + 6,630 = 25,105 บาท เกินงบ 1,105 บาท ส่วนแบบรับผิดส่วนแรก 20,000 บาทรวม 12,029 + 6,630 = 18,659 บาท อยู่ในงบและเหลือ 5,341 บาท แต่ต้องมีเงินสดสำรองครั้งละ 20,000 บาท ซึ่งดึงจากเงินสำรองก้อนเดียวกับข้อแรก ตัวเลขนี้แสดงวิธีบวกงบ ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อ

ทุนประกันที่ดูสูงหรือชื่อ "เหมาจ่าย" ไม่ใช่เหตุผลที่จะซื้อ ถ้าสองข้อเป็นปัญหาทั้งคู่และงบไม่พอ ให้เริ่มจากเหตุที่ส่วนที่ขาดใหญ่กว่าเงินที่คุณจ่ายเองได้ แล้วขอทางเลือกที่ลดความคุ้มครองในส่วนที่คุณรับเองไหวก่อน

ภาษีโดยสรุปและสิ่งที่ต้องขอก่อนเซ็น

สำหรับปีภาษี 2569 เบี้ยประกันชีวิตของตัวเองใช้ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท โดยเบี้ยประกันสุขภาพของตัวเองไม่เกิน 25,000 บาทและเงินฝากประเภทสงเคราะห์ชีวิตใช้วงเงินก้อนเดียวกัน ตามกฎกระทรวงฉบับรวม ปรับปรุง 13 มกราคม 2569 กรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปและทำกับบริษัทประกันชีวิตที่ประกอบกิจการในไทย ส่วนที่เกิน 10,000 บาทต้องผ่านเกณฑ์เงินคืนระหว่างสัญญา และเบี้ยสัญญาเพิ่มเติมไม่นับเป็นเบี้ยประกันชีวิต ตามประกาศฉบับที่ 172 ส่วนประกันสุขภาพไม่ต้องมีอายุกรมธรรม์ 10 ปี และกรมธรรม์ที่ซื้อแยกจากบริษัทประกันชีวิตหรือวินาศภัยที่ประกอบกิจการในไทยก็ใช้ได้ ตามประกาศฉบับที่ 383 ส่วนเบี้ยสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ บทความนี้อ่านว่าใช้ในช่องสุขภาพได้ถ้าเข้านิยามและบริษัทรับรองยอด (กรมสรรพากรไม่ได้ระบุโดยตรง) เบี้ยสุขภาพที่จ่ายให้พ่อแม่ใช้ได้ไม่เกิน 15,000 บาทแยกจากวงเงินข้างต้น เมื่อพ่อหรือแม่แต่ละคนมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาท ตามประกาศฉบับที่ 162 เบี้ยสุขภาพต้องแจ้งบริษัทว่าจะใช้สิทธิ เบี้ยประกันชีวิตก็ต้องแจ้งถ้ากรมธรรม์เริ่มตั้งแต่ปี 2563 ยอดนี้ไปลดเงินได้ก่อนคิดภาษี ไม่ใช่ได้เงินคืนเท่ายอดเบี้ย เรื่องที่เหลือและวิธีคำนวณอยู่ในศูนย์รวมเรื่องลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกัน

ก่อนเซ็น ขอใบเสนอราคา ตารางผลประโยชน์ และตัวอย่างข้อสัญญา แล้วตรวจสิ่งต่อไปนี้

  • ประเภทสัญญา คือประกันชีวิตพร้อมสัญญาเพิ่มเติม หรือกรมธรรม์สุขภาพแยก และบริษัทที่รับประกัน
  • เหตุที่จ่าย ผู้รับเงิน และจำนวนเงิน ทั้งทุนประกันชีวิตและวงเงินสุขภาพ ถ้าเป็นแผนครอบครัว ให้ดูชื่อผู้เอาประกันและผลประโยชน์ของแต่ละคน
  • วันที่สัญญาเพิ่มเติมสิ้นสุดตามสัญญาหลัก และผลเมื่อเวนคืนหรือเปลี่ยนกรมธรรม์หลัก
  • ระยะรอคอย ข้อยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อน เงื่อนไขต่ออายุ และตารางเบี้ยตามอายุ โดยให้แยกบรรทัดเบี้ยสัญญาหลักกับสัญญาเพิ่มเติมแต่ละฉบับ
  • ในใบคำขอ ตอบทุกข้อที่ถามให้ครบ และอ่านใบคำขอก่อนเซ็น เพราะแผ่นพับของ คปภ. ระบุว่าข้อมูลที่กรอกผิดอาจเป็นเหตุให้บริษัทบอกล้างสัญญา คือบริษัทบอกให้สัญญาใช้ไม่ได้ ซึ่งแผ่นข้อมูล My Gift 10.10 ของ AIAระบุว่าอาจเป็นเหตุให้ปฏิเสธไม่จ่ายผลประโยชน์ด้วย
  • สิทธิยกเลิกในช่วงตรวจสอบกรมธรรม์ เอกสารของ คปภ. แต่ละฉบับให้ตัวเลขไม่เหมือนกัน แผ่นพับสุขภาพปี 2565 ระบุ 15 วันถ้าซื้อผ่านตัวแทนหรือนายหน้า และ 30 วันถ้าซื้อทางอิเล็กทรอนิกส์หรือโทรศัพท์ นับจากวันที่ได้รับกรมธรรม์ ให้ยืนยันจำนวนวันจากกรมธรรม์ของคุณ

กลับมาทบทวนเมื่อแต่งงาน มีลูก รับหนี้ใหม่ เปลี่ยนงานหรือสวัสดิการ หรือเมื่อเบี้ยรวมหนักเกินงบ เป้าหมายคือมีสิทธิรองรับส่วนที่รับเองไม่ไหว ไม่ใช่มีกรมธรรม์มากที่สุด

แหล่งอ้างอิง

ตัวอย่างของบริษัทประกันใช้ประกอบการอ่านเงื่อนไข ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อ เอกสารที่ไม่ระบุวันที่ระบุข้อมูลไฟล์แยกไว้ ข้อมูลในหน้าเว็บและเอกสาร ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ยกเว้นกฎหมายจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและหน้าแรกของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งอ่านเมื่อ 27 ตุลาคม 2569