บทความทั้งหมด

ประกันชีวิตแบบไหนดี 2569: เข้าใจ 5 แบบ แล้วเลือกให้ตรงเป้าหมาย

ประกันชีวิตแบบไหนดีขึ้นกับเป้าหมาย เทียบ 4 แบบทั่วไปของ คปภ. กับแบบควบการลงทุน วิธีประมาณทุนที่ครอบครัวยังขาด ลดหย่อนภาษีรวมไม่เกิน 100,000 บาท และสิ่งที่ต้องตรวจก่อนเซ็น

ประกันชีวิตคืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับมือใหม่

ประกันชีวิตคือสัญญาที่คุณจ่ายเบี้ยประกันให้บริษัทประกันชีวิต แล้วบริษัทจ่ายเงินที่ตกลงไว้เมื่อเกิดเหตุตามกรมธรรม์ เช่น คนที่เอาประกันเสียชีวิต หรือมีชีวิตอยู่ถึงวันที่สัญญากำหนด ตามที่คู่มือประกันภัย ฉบับประชาชน (กรณีศึกษา) ของ คปภ.อธิบายไว้ แต่ละแบบจ่ายเงินในเหตุการณ์และเวลาที่ต่างกัน คำถามว่า "แบบไหนดี" จึงตอบจากชื่อแบบอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเริ่มจากว่าเงินก้อนนั้นต้องไปถึงใคร เมื่อไร และคุณจ่ายเบี้ยตลอดสัญญาไหวหรือไม่

ก่อนดูชื่อแบบ ลองตอบสามข้อนี้

  1. ถ้าคุณไม่อยู่ ใครต้องใช้เงินแทนรายได้ของคุณ เป็นเงินเท่าไร และนานกี่ปี
  2. ระหว่างที่คุณยังมีชีวิตอยู่ มีเงินก้อนที่ต้องมีในวันที่กำหนดหรือไม่ เช่น ค่าเล่าเรียนลูกหรือรายได้หลังเกษียณ
  3. คุณจ่ายเบี้ยได้ครบทุกปีของสัญญา โดยไม่ต้องแตะเงินฉุกเฉินหรือไม่

ข้อแรกชี้ไปที่แบบที่เน้นเงินกรณีเสียชีวิต คือแบบชั่วระยะเวลาและแบบตลอดชีพ ข้อสองชี้ไปที่แบบที่มีเงินรับขณะยังมีชีวิตอยู่ คือแบบสะสมทรัพย์ซึ่งจ่ายได้ทั้งสองกรณี และแบบบำนาญ ส่วนแบบควบการลงทุนเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง เพราะมูลค่าส่วนที่เป็นเงินออมขึ้นกับผลการลงทุน

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในบทความเป็นภาพประกอบวิธีอ่านเงื่อนไข ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือการจัดอันดับ

ประกันชีวิตคืออะไร และคำที่มักทำให้สับสน

คู่มือของ คปภ.นิยามไว้ว่า ผู้เอาประกันจ่ายเบี้ยประกันตามที่กำหนดในกรมธรรม์ให้บริษัทประกันชีวิต แล้วบริษัทจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้ผู้รับประโยชน์หรือผู้เอาประกันเอง แล้วแต่เหตุที่กรมธรรม์ระบุ

ประโยชน์หลักคือโอนความเสี่ยงทางการเงินไปให้บริษัทประกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่าเป็นวิธีจัดการความเสี่ยงที่ช่วยลดผลกระทบเมื่อเกิดเหตุที่ประเมินความสูญเสียไม่ได้ สำหรับประกันชีวิตคือเงินก้อนที่ไปถึงคนข้างหลังเมื่อรายได้ของคุณหายไป ใช้กับหนี้ ค่าใช้จ่ายประจำวัน และค่าเทอมลูก ส่วนแบบที่มีเงินรับเมื่อยังมีชีวิตอยู่ช่วยกันเงินไว้ใช้ตามวันที่กำหนด ประโยชน์ด้านภาษีอยู่ในหัวข้อภาษีด้านล่าง

คำที่ควรแยกให้ออกตั้งแต่ต้นมีดังนี้

  • กรมธรรม์ คือเอกสารสัญญาที่ระบุเหตุที่จ่ายเงิน จำนวนเงิน ระยะเวลา และข้อยกเว้น
  • ผู้เอาประกัน คือคนที่ชีวิตได้รับความคุ้มครอง
  • ผู้รับประโยชน์ คือคนที่คุณระบุให้รับเงินกรณีเสียชีวิต
  • ผู้ชำระเบี้ย คือคนที่จ่ายเบี้ย อาจเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ใช่ผู้เอาประกัน เช่น ลูกที่จ่ายเบี้ยให้พ่อแม่ ซึ่งคำสั่งนายทะเบียนที่ 2/2565มีใบแถลงของผู้ชำระเบี้ยแยกต่างหากเมื่อซื้อสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองผู้ชำระเบี้ย
  • เบี้ยประกัน คือเงินที่จ่ายเป็นงวด ส่วนทุนประกัน หรือจำนวนเงินเอาประกันภัย คือตัวเลขที่ใช้คำนวณผลประโยชน์ ไม่ใช่เงินออมของคุณ บางแบบจ่ายเท่ากับทุนประกัน บางแบบจ่ายตามสูตร เช่น จำนวนที่มากที่สุดระหว่างทุนประกัน มูลค่าเวนคืน และร้อยละ 101 ของเบี้ยที่ชำระแล้วในกรมธรรม์ของเมืองไทยประกันชีวิตที่ยกไว้ด้านล่าง จึงต้องอ่านตารางผลประโยชน์ในกรมธรรม์
  • เวนคืนกรมธรรม์ คือการบอกเลิกสัญญาเพื่อรับเงินตามตารางมูลค่าในกรมธรรม์ ซึ่งเรียกว่ามูลค่าเวนคืน

ประกันชีวิตผูกกับตัวผู้เอาประกัน บริษัทประเมินสุขภาพและข้อมูลของคนนั้น และกรณีศึกษาของ คปภ.ชี้ว่าเปลี่ยนตัวผู้เอาประกันเป็นคนอื่นภายหลังไม่ได้ เพราะบริษัทประเมินความเสี่ยงจากข้อมูลของคนที่ระบุไว้ในใบคำขอ

ชนิด ประเภท แบบ ต่างกันอย่างไร

วลี "2 ชนิด 3 ประเภท 4 แบบ" ไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในเอกสาร คปภ. ที่อ้างไว้ แต่ คปภ. ใช้และนิยามทั้งสามคำไว้ ดังนี้

บทความนี้ตีความว่าเลข 2 และ 3 ในวลีนั้นหมายถึงชนิดสองอย่างกับประเภทสามัญ อุตสาหกรรม และกลุ่ม ส่วน 4 แบบนับเฉพาะแบบทั่วไปตามเอกสารสรุป บทความนี้รวมสองแบบควบการลงทุนไว้แถวเดียว จึงนับเป็น 5 แบบ ซึ่งเป็นการจัดกลุ่มของบทความนี้ ไม่ใช่ตัวเลขของ คปภ. เอกสารที่อ้างไว้ไม่ได้ระบุเกณฑ์ทุนประกันหรือจำนวนคนของประเภทอุตสาหกรรมและกลุ่ม จึงไม่ใช้ตัวเลขที่พบตามเว็บไซต์ทั่วไป

เทียบประกันชีวิต 5 แบบ: จ่ายเมื่อไร คุ้มครองนานแค่ไหน ข้อควรระวัง

ตารางนี้ใช้อ่านว่าแต่ละแบบจ่ายเงินเมื่อใดก่อนจะดูเรื่องราคา คอลัมน์เหมาะกับและเบี้ยเป็นการจัดกลุ่มและการเปรียบเทียบแบบสัมพัทธ์ของบทความนี้ ไม่ใช่ถ้อยคำของ คปภ. และไม่ใช่ตัวเลขของบริษัทใด

แบบ

เหมาะกับ

จ่ายเงินเมื่อ

ระยะคุ้มครอง

เบี้ยและเงินออม

ข้อควรระวังหลัก

ชั่วระยะเวลา

ภาระที่มีวันสิ้นสุด เช่น หนี้บ้านหรือช่วงที่ลูกยังเรียน

เสียชีวิตในช่วงเวลาที่กรมธรรม์กำหนดเท่านั้น

ตามที่เลือก เช่น 10 หรือ 20 ปีในตัวอย่างของชับบ์ ไลฟ์

เบี้ยต่ำกว่าแบบอื่น เพราะไม่มีเงินรับเมื่อยังมีชีวิตอยู่ จึงไม่มีเงินออม

ครบสัญญาแล้วจบ ถ้ายังต้องการความคุ้มครองต่อ ต้องดูว่าแบบนั้นให้เปลี่ยนเป็นแบบอื่นได้หรือไม่ ไม่เช่นนั้นต้องหาใหม่ตอนอายุมากขึ้น

ตลอดชีพ

ภาระที่ไม่มีวันหมด หรืออยากให้คุ้มครองถึงอายุสูง

เสียชีวิต หรือจ่ายให้ผู้เอาประกันที่มีชีวิตอยู่ถึงอายุ 99 ปี

ถึงอายุ 90 หรือ 99 ปี หรือตลอดชีพ ตามแบบ

เบี้ยสูงกว่าแบบชั่วระยะเวลา มีมูลค่าเวนคืนตามตาราง

ดูทั้งระยะจ่ายเบี้ยและระยะคุ้มครอง ซึ่งอาจไม่เท่ากัน เวนคืนก่อนอาจได้น้อยกว่าเบี้ยที่จ่าย

สะสมทรัพย์

เงินก้อนในวันที่กำหนด เช่น ค่าเรียนลูก

เสียชีวิตในช่วงสัญญา หรือมีชีวิตอยู่จนครบสัญญา บางแบบมีเงินคืนระหว่างทาง

ตามที่สัญญากำหนด

เบี้ยสูง เพราะต้องรองรับเงินที่จ่ายเมื่อมีชีวิตอยู่ มีมูลค่าเวนคืน

วันรับเงินต้องตรงกับวันที่ใช้เงิน เวนคืนก่อนอาจได้น้อยกว่าเบี้ยที่จ่าย

บำนาญ

รายได้เป็นงวดหลังเกษียณ

จ่ายเป็นงวดสม่ำเสมอเมื่อมีชีวิตอยู่และอายุครบตามกรมธรรม์ จนเสียชีวิตหรือครบอายุที่กำหนด

จ่ายเบี้ยก่อน แล้วรับเงินงวดเมื่ออายุถึงที่กรมธรรม์กำหนด อาจมีช่วงรอระหว่างสองช่วง

เบี้ยสูง เพราะเป็นการซื้อรายได้ในอนาคต

ผลประโยชน์กรณีเสียชีวิตต้องอ่านแยก เงินงวดที่คงที่ซื้อของได้น้อยลงเมื่อค่าครองชีพเพิ่ม

ควบการลงทุน

คนที่ยอมรับความเสี่ยงการลงทุนและเข้าใจค่าใช้จ่ายได้

ยูนิเวอร์แซลไลฟ์: เสียชีวิตจ่ายตามที่กำหนด ส่วนเงินกรณีมีชีวิตอยู่ขึ้นกับเบี้ยที่เหลือสะสมบวกผลตอบแทนที่บริษัทได้จากการลงทุน ยูนิตลิงค์: ลงทุนในกองทุนรวมที่ผู้เอาประกันเลือก ผลตอบแทนตามราคากองทุน

ตามแบบ

ยูนิตลิงค์: เบี้ยถูกหักค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม และค่าประกันภัย ที่เหลือลงทุนในกองทุนรวม ยูนิเวอร์แซลไลฟ์: ใบเสนอต้องมีตัวอย่างอย่างน้อยสองสถานการณ์ หนึ่งในนั้นใช้ผลตอบแทนขั้นต่ำที่กำหนดในกรมธรรม์

ยูนิตลิงค์อาจกำไรหรือขาดทุน ยูนิเวอร์แซลไลฟ์ให้ดูผลตอบแทนขั้นต่ำและสมมติฐาน ทั้งสองแบบอ่านค่าใช้จ่ายให้ครบ

ที่มาของตาราง: จ่ายเงินเมื่อและระยะคุ้มครองมาจากเอกสารสรุป 4 แบบของ คปภ.กับคู่มือประกันภัย ฉบับประชาชน แถวควบการลงทุนมาจากนิยามในคู่มือนั้นและข้อ 9(3) กับข้อ 13 ของแนวปฏิบัติการเสนอขายของ คปภ. เบี้ยของแบบชั่วระยะเวลามาจากหน้าของชับบ์ ไลฟ์ ที่ระบุว่าให้ความคุ้มครองสูงเมื่อเทียบกับเบี้ยของแบบอื่น

เบี้ยต่างกันเพราะซื้อของคนละอย่าง แบบชั่วระยะเวลาจ่ายเฉพาะกรณีเสียชีวิตในสัญญา แบบที่มีเงินรับเมื่อมีชีวิตอยู่ต้องกันเงินส่วนนั้นไว้ด้วย เบี้ยที่สูงกว่าจึงไม่ได้แปลว่าดีกว่า ความต่างอาจมากถึงระดับร้อยเท่า ตัวอย่างจากตารางเบี้ยของบริษัทและปัจจัยที่ทำให้เบี้ยต่างกันอยู่ในบทความเรื่องเบี้ยประกันชีวิต และเทียบราคาได้เมื่อแบบ ทุน ระยะ อายุ และสุขภาพที่ใช้คิดเบี้ยเหมือนกันเท่านั้น

ระยะคุ้มครองกับระยะจ่ายเบี้ยเป็นคนละตัวเลข เมืองไทยประกันชีวิต สมาร์ท โพรเทคชั่น 99/99 เป็นแบบตลอดชีพที่ทั้งระยะเอาประกันภัยและระยะชำระเบี้ยครบอายุ 99 ปี ส่วนเอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 ระบุว่าคุ้มครองถึงอายุ 99 ปีแต่ชำระเบี้ยเพียง 9 ปี สองแบบนี้คุ้มครองถึงอายุเท่ากัน แต่ภาระการจ่ายเบี้ยต่างกันมาก ต้องดูทั้งสองระยะในใบเสนอ

ผลประโยชน์ที่รับประกันกับที่ไม่รับประกันต้องแยกอ่านเสมอ หน้าสินค้าของเอไอเอแยก "เงินจ่ายคืนรายงวดแบบการันตี" ออกจาก "มีโอกาสรับเงินปันผลเพิ่ม" หมายเหตุท้ายหน้าบอกว่าเงินจ่ายคืนรายงวดคือ 1% ของทุนประกันเมื่อสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 ถึง 10, 2% ปีที่ 11 ถึง 20 และ 3% ตั้งแต่ปีที่ 21 จนถึงสิ้นปีกรมธรรม์ถัดจากวันที่อายุครบ 98 ปี ไม่ใช่ 3% ทุกปี ส่วนเงินปันผลไม่รับรองการจ่ายและอาจไม่มีการจ่ายในบางปี จึงควรวางแผนใช้เงินจากส่วนที่การันตี

เลือกตามเป้าหมายและช่วงชีวิต รวมถึงการซื้อให้พ่อแม่

ใช้ตารางด้านบนคู่กับสถานการณ์ของคุณเอง สี่กรณีต่อไปนี้เป็นจุดเริ่มคิด ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป ส่วนจำนวนทุนประกันให้คำนวณตามหัวข้อถัดไป

เพิ่งเริ่มทำงาน

ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำให้ซื้อทุนประกันไม่น้อยกว่าเงินที่ครอบครัวยังขาดหลังหักสินทรัพย์และสวัสดิการที่มีอยู่ ถ้าไม่มีใครพึ่งรายได้ของคุณและไม่มีหนี้ที่คนอื่นต้องรับต่อ ส่วนที่ขาดอาจเป็นศูนย์ ทุนประกันชีวิตก้อนใหญ่จึงยังไม่ใช่เรื่องเร่ง แต่ถ้าคุณส่งเงินให้พ่อแม่หรือญาติใช้เป็นประจำ ท่านนับเป็นผู้พึ่งพารายได้ ให้ไล่รายการตามหัวข้อถัดไปเหมือนคนมีครอบครัว อีกด้านหนึ่ง ในหัวข้อการเวนคืน พรูเด็นเชียลระบุว่าการซื้อกรมธรรม์ฉบับใหม่ต้องจ่ายเบี้ยสูงขึ้นตามอายุที่มากขึ้นและต้องพิจารณาสุขภาพใหม่

มีครอบครัวหรือผ่อนบ้าน

ภาระของคนที่พึ่งรายได้คุณส่วนใหญ่มีวันสิ้นสุด ลูกโตขึ้น หนี้ลดลง ทุนที่ต้องมีจึงมากที่สุดตอนนี้และลดลงตามเวลา ให้จดภาระแต่ละก้อนพร้อมปีที่จะจบ แล้วเลือกระยะคุ้มครองให้ครอบคลุมภาระที่ยาวที่สุด ถ้ามีภาระที่ไม่มีวันหมด หรืออยากให้เงินถึงอายุสูง จึงพิจารณาแบบตลอดชีพ โดยดูทั้งระยะคุ้มครองและระยะจ่ายเบี้ย ไม่เลือกแบบตลอดชีพเพียงเพราะชื่อฟังครอบคลุม

ใกล้เกษียณ

เมื่อภาระลูกและหนี้เบาลง คำถามจะเปลี่ยนเป็นสองเรื่อง คือเงินที่อยากเหลือให้คนข้างหลัง กับรายได้ของคุณเองหลังเลิกทำงาน เรื่องแรกคำนวณด้วยวิธีเดียวกับหัวข้อถัดไป เรื่องที่สองเป็นโจทย์ของประกันชีวิตแบบบำนาญ ถ้ามีกรมธรรม์เดิมอยู่ อย่ารีบเวนคืน เพราะเงินเวนคืนจะน้อยกว่าเบี้ยที่จ่ายไปแล้ว โดยเฉพาะปีแรก ๆ ตามที่พรูเด็นเชียลระบุ และการเวนคืนก่อนครบ 10 ปีมีผลทางภาษีถ้าเคยใช้สิทธิ ดูหัวข้อภาษีด้านล่าง

ซื้อให้พ่อแม่

ผู้เอาประกันต้องเป็นพ่อหรือแม่ เพราะประกันชีวิตผูกกับสุขภาพและข้อมูลของคนที่เอาประกัน กรณีศึกษาของ คปภ.ระบุว่าคนที่ถูกประเมินความเสี่ยงและกรอกข้อเท็จจริงในใบคำขอคือผู้เอาประกัน ในแบบทั่วไป ท่านจึงต้องตอบคำถามสุขภาพเอง ส่วนคุณเป็นผู้ชำระเบี้ยได้ และเบี้ยสูงขึ้นตามอายุที่ซื้อ ตามที่พรูเด็นเชียลระบุ

คำสั่งนายทะเบียนที่ 1/2568นิยามแบบผู้สูงอายุว่ากำหนดอายุขั้นต่ำของผู้เอาประกันไว้ตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ไม่ต้องแถลงสุขภาพในใบคำขอและไม่ต้องตรวจสุขภาพ แต่ถ้าเสียชีวิตจากการป่วยภายในสองปีนับแต่วันเริ่มคุ้มครอง บริษัทคืนเบี้ยที่รับมาทั้งหมดพร้อมเงินเพิ่มในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 2 ตามที่กำหนดในกรมธรรม์ ไม่ได้จ่ายทุนประกัน ถ้าข้อเสนอเรียกว่าประกันผู้สูงอายุ ให้ถามว่าเป็นแบบนี้หรือไม่

ก่อนซื้อให้ถามว่าเงินก้อนนี้ตั้งใจช่วยเรื่องอะไร เช่น ค่าจัดการงานศพหรือหนี้ที่พ่อแม่มี ส่วนค่ารักษาเป็นเรื่องของประกันสุขภาพ เรื่องภาษี กรมสรรพากรตอบว่าเบี้ยประกันชีวิตของพ่อแม่นำมาหักลดหย่อนไม่ได้ ส่วนเบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่หักได้ไม่เกิน 15,000 บาทตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรสรุปไว้ รายละเอียดผลประโยชน์และงบของประกันชีวิตสำหรับผู้สูงอายุอยู่ในบทความแยก

ทุนประกันเท่าไรจึงพอ: ไล่รายการแล้วทดสอบงบ

วิธีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายไว้คือประเมินภาระที่ครอบครัวต้องใช้เงินในวันที่ไม่มีคุณ แล้วตรวจสินทรัพย์และความคุ้มครองทั้งหมดที่มีอยู่ ถ้าไม่พอจึงซื้อทุนประกันไม่น้อยกว่าส่วนที่ยังขาด ลองทำตามลำดับนี้

  1. จดภาระเป็นก้อนแยกกัน ได้แก่ รายจ่ายประจำของครอบครัวที่เคยพึ่งรายได้ของคุณคูณจำนวนปี หนี้ที่ครอบครัวต้องจ่ายต่อ เงินเป้าหมายอย่างค่าเรียนลูก และค่าจัดการงานศพกับค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด อย่านับซ้ำ เช่น ค่าเรียนที่รวมอยู่ในรายจ่ายประจำแล้ว
  2. จดสิ่งที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ เงินออมที่ครอบครัวเข้าถึงได้ ประกันชีวิตเดิม ประกันกลุ่มหรือสวัสดิการที่ทำงาน และสิทธิจากประกันสังคม แล้วถามว่าสวัสดิการจากงานสิ้นสุดเมื่อคุณออกจากงานหรือไม่ ถ้าสิ้นสุด ให้คิดอีกรอบโดยตัดส่วนนั้นออก
  3. ภาระลบสิ่งที่มีอยู่ คือส่วนที่ยังขาด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทุนประกันที่ควรมองหา
  4. ดูว่าแต่ละภาระสิ้นสุดเมื่อไร ปีที่ยาวที่สุดคือระยะคุ้มครองที่ควรขอ

เรื่องหนี้ สำนักงานกิจการยุติธรรมอธิบายว่าหนี้ไม่ได้หายไปเมื่อผู้กู้เสียชีวิต แต่ทายาทไม่ต้องรับผิดเกินกว่ามรดกที่ได้รับ จึงนับเฉพาะหนี้ที่ครอบครัวต้องจ่ายต่อเพื่อรักษาสิ่งที่ต้องการไว้ เช่น บ้านที่ยังผ่อนอยู่

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการสมมติเพื่อแสดงวิธีคิด ครอบครัวหนึ่งมีคุณเป็นผู้หารายได้หลักและมีลูกหนึ่งคน รายได้ของคุณช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายครอบครัวเดือนละ 15,000 บาท ไม่รวมค่าผ่อนบ้านและค่าเรียนลูกที่นับแยกในตาราง และครอบครัวต้องการเงินส่วนนี้ต่ออีก 10 ปี

รายการ

วิธีคิด

จำนวน (บาท)

รายจ่ายครอบครัวที่ขาดเมื่อไม่มีรายได้ของคุณ

15,000 × 12 เดือน × 10 ปี

1,800,000

หนี้บ้านที่เหลือ

ยอดคงเหลือที่ครอบครัวต้องการผ่อนต่อ

1,200,000

ค่าเรียนลูกที่ยังไม่ได้เตรียม

ประมาณการของครอบครัว

600,000

ค่าจัดการงานศพและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด

ประมาณการของครอบครัว

100,000

รวมภาระ

1,800,000 + 1,200,000 + 600,000 + 100,000

3,700,000

หัก เงินออมที่ครอบครัวใช้ได้

500,000

หัก ประกันชีวิตเดิม

400,000

หัก ประกันกลุ่มจากที่ทำงาน

600,000

ส่วนที่ยังขาด

3,700,000 − (500,000 + 400,000 + 600,000)

2,200,000

ส่วนที่ยังขาดคือ 2,200,000 บาท และถ้าประกันกลุ่มจากที่ทำงานสิ้นสุดเมื่อออกจากงาน ส่วนที่ขาดจะเป็น 3,700,000 − (500,000 + 400,000) = 2,800,000 บาท ตัวอย่างนี้ไม่ปรับเงินเฟ้อและไม่คิดผลตอบแทนของเงินก้อน ตัวเลขจริงจึงเปลี่ยนได้ ภาระแต่ละก้อนไม่ได้จบพร้อมกัน ทุนที่ต้องมีจึงมากที่สุดวันนี้และลดลงเมื่อหนี้บ้านเหลือน้อยลงและลูกโตขึ้น การคำนวณทุนประกันชีวิตให้ครอบครัวอย่างละเอียดมีบทความแยก

ทุนที่ได้ไม่ใช่ราคา ให้ขอใบเสนอราคาจริงแล้วทดสอบงบ

  • ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำให้เลือกแบบที่จ่ายเบี้ยได้ครบตลอดอายุสัญญา และหน้าดังกล่าวไม่ได้กำหนดสัดส่วนของรายได้ที่ควรใช้จ่ายเบี้ย ในทางปฏิบัติให้หักรายจ่ายจำเป็น หนี้ และเงินฉุกเฉินออกจากรายได้ก่อน แล้วดูว่าเงินที่เหลือต่อปีพอกับเบี้ยของทุกกรมธรรม์รวมกันหรือไม่
  • ทดสอบเดือนที่รายได้ต่ำ ถ้ารายได้ลดเหลือเท่าเดือนที่ต่ำที่สุดของปีที่ผ่านมา ยังจ่ายเบี้ยได้โดยไม่ต้องใช้เงินฉุกเฉินหรือไม่
  • ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าโดยทั่วไปการแบ่งจ่ายรายเดือนหรือรายไตรมาสทำให้เบี้ยรวมต่อปีสูงกว่าจ่ายรายปี แต่คำสั่งนายทะเบียนที่ 1/2568ข้อ 5(5) ให้บริษัทแบ่งงวดโดยไม่คิดดอกเบี้ยได้ ซึ่งยอดรวมเท่ากับรายปี จึงควรขอเบี้ยรวมทั้งปีและอัตราดอกเบี้ยของงวดที่เลือกจากเอกสารของแบบที่เสนอมาเทียบ (แนวปฏิบัติของ คปภ. ข้อ 7(9)(ค) ให้เอกสารเสนอขายของแบบที่เข้าข่ายระบุอัตรานี้)

ใบเสนอราคาที่เทียบกันได้ต้องใช้อายุ สุขภาพ ทุน และระยะคุ้มครองเดียวกัน วิธีวางเทียบอยู่ในบทความเรื่องเปรียบเทียบประกันชีวิต

ประกันสุขภาพ โรคร้ายแรง และภาษีโดยสรุป

ประกันชีวิตแบบหลักจ่ายตามเหตุเสียชีวิตหรือการมีชีวิตอยู่ตามแบบที่ซื้อ ส่วนค่ารักษาพยาบาลและโรคร้ายแรงเป็นความคุ้มครองอีกชุดหนึ่ง ซื้อเป็นกรมธรรม์แยกหรือแนบเป็นสัญญาเพิ่มเติม ซึ่งคือความคุ้มครองที่ต่อท้ายกรมธรรม์หลัก ก็ได้ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 172กล่าวถึงกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองอื่นเพิ่มเติม และไม่นับเบี้ยส่วนเพิ่มนั้นเป็นเบี้ยประกันชีวิต สัญญาเพิ่มเติมแต่ละรายการมีเหตุจ่าย วงเงิน เบี้ย และข้อยกเว้นของตัวเอง ประกันโรคร้ายแรงจ่ายตามนิยามโรคที่กรมธรรม์กำหนด ซึ่งรายการคำสั่งนายทะเบียนในกฎหมายอนุบัญญัติของ คปภ.ระบุว่ามีนิยามมาตรฐาน 50 โรคสำหรับบริษัทประกันชีวิต ความต่างของประกันชีวิตกับประกันสุขภาพและวิธีเลือกอยู่ในบทความประกันชีวิตกับประกันสุขภาพต่างกันอย่างไร

เรื่องภาษี สำหรับปีภาษี 2569 เบี้ยประกันชีวิตของตัวเองใช้ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท โดยเบี้ยประกันสุขภาพของตัวเองไม่เกิน 25,000 บาทและเงินฝากประเภทสงเคราะห์ชีวิตใช้วงเงินก้อนเดียวกัน ตามกฎกระทรวงฉบับรวมที่ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 13 มกราคม 2569 กรมธรรม์ต้องมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปและทำกับบริษัทประกันชีวิตที่ประกอบกิจการในไทย ส่วนที่เกิน 10,000 บาทแรกต้องผ่านเกณฑ์เงินคืนระหว่างสัญญาด้วย ยอดนี้ไปลดเงินได้ก่อนคิดภาษี ไม่ใช่ได้เงินคืนเท่ายอดเบี้ย และถ้าเวนคืนหรือหยุดจ่ายเบี้ยจนกรมธรรม์สิ้นผลก่อนครบ 10 ปี กรมสรรพากรวินิจฉัยว่าผู้ที่ใช้สิทธิไปแล้วต้องยื่นแบบเพิ่มเติมและเสียภาษีพร้อมเงินเพิ่ม เงื่อนไขอื่น เช่น ตัวเลขของเกณฑ์เงินคืน การแจ้งบริษัท และวิธีคำนวณภาษีที่ลดได้จริง อยู่ในบทความสรุปวงเงินลดหย่อนภาษีประกัน

ก่อนเซ็น: อ่านและตรวจอะไรบ้าง

ตอบใบคำขอตามจริง

คู่มือประกันภัย ฉบับประชาชน ของ คปภ.ระบุว่าผู้ซื้อประกันชีวิตต้องกรอกใบคำขอตามความเป็นจริงด้วยตนเอง และถ้าปกปิดข้อเท็จจริงหรือแถลงข้อความเท็จที่เป็นสาระสำคัญ บริษัทอาจปฏิเสธการจ่ายเงิน

คู่มือฉบับกรณีศึกษาอ้างมาตรา 865 ซึ่งให้สัญญาเป็นโมฆียะเมื่อผู้เอาประกันรู้อยู่แล้วแต่ไม่เปิดเผยหรือแถลงเท็จ ในกรณีที่ยกมา แพทย์เพียงแนะนำให้ตรวจต่อและผู้ขอยังไม่รู้ว่าตนเป็นโรค บริษัทจึงบอกล้างไม่ได้ นั่นคือเหตุผลของกรณีนั้น ไม่ใช่กฎให้ละเว้นเรื่องที่ยังไม่มีผลวินิจฉัย

ในทางปฏิบัติให้ตอบทุกข้อที่ถามตามที่คุณรู้ รวมถึงการพบแพทย์ ผลตรวจ ยาที่ใช้ และคำแนะนำให้ตรวจเพิ่ม แม้ยังไม่มีผลวินิจฉัย แล้วอ่านใบคำขอที่กรอกเสร็จก่อนเซ็น ถ้าผู้เสนอขายช่วยกรอกให้ แนวปฏิบัติของ คปภ. ข้อ 11(2) ยกตัวอย่างว่าให้ลูกค้าอ่านหรืออ่านให้ฟังก่อนลงชื่อ เมื่อได้รับกรมธรรม์ให้ตรวจว่าข้อมูลตรงกับที่แจ้ง ถ้าไม่ตรงให้แจ้งบริษัทแก้ไข และตรวจชื่อกับสัดส่วนผู้รับประโยชน์ในใบคำขอด้วย เพราะบริษัทจ่ายตามที่ระบุ

อ่านหน้าสรุปและข้อยกเว้น

คู่มือฉบับกรณีศึกษายกเหตุหลักที่บริษัทอาจปฏิเสธจ่ายไว้ห้าข้อ ส่วนข้อยกเว้นเฉพาะของแบบที่ซื้ออยู่ในกรมธรรม์ของคุณ

  • แถลงเท็จหรือปกปิดข้อความจริง
  • ฆ่าตัวตายภายใน 1 ปีนับแต่วันทำสัญญาหรือต่ออายุครั้งสุดท้าย
  • ผู้รับประโยชน์ฆ่าผู้เอาประกันโดยเจตนา
  • เสียชีวิตโดยธรรมชาติในระยะเวลารอคอย (waiting period) ซึ่งคือช่วงที่กรมธรรม์ยังไม่คุ้มครองบางเหตุ
  • กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ

ตัวอย่างหน้าสรุปสาระสำคัญของเมืองไทยประกันชีวิต สมาร์ท โพรเทคชั่น 99/99ระบุว่าบริษัทไม่โต้แย้งความไม่สมบูรณ์ของสัญญาเมื่อกรมธรรม์มีผลต่อเนื่องครบ 2 ปี ยกเว้นบางกรณี ตัวเลขนี้เป็นของแบบนั้น ให้หาหน้าเดียวกันในกรมธรรม์ของคุณ

สิทธิยกเลิกในช่วงตรวจสอบกรมธรรม์ (free look)

สิทธินี้คือการขอยกเลิกกรมธรรม์ภายในระยะเวลาหนึ่งหลังได้รับ จำนวนวันไม่ใช่ค่าเดียวทุกกรณี คู่มือของ คปภ. ฉบับปี 2562 ระบุ 15 วัน และ 30 วันถ้าซื้อทางโทรศัพท์ แนวปฏิบัติของ คปภ. ปี 2565ให้ผู้เสนอขายแจ้งระยะเวลาซึ่งขึ้นกับแบบกรมธรรม์ และให้ผู้เสนอขายทางโทรศัพท์ระบุ 30 วันหรือมากกว่านับจากวันที่ได้รับกรมธรรม์ พร้อมคืนเบี้ยเต็มจำนวน

กรมธรรม์ของเมืองไทยประกันชีวิตข้างต้นกำหนด 15 วันนับแต่ได้รับกรมธรรม์ คืนเบี้ยหลังหักค่าตรวจสุขภาพที่จ่ายจริงกับค่าใช้จ่ายของบริษัท 500 บาท ยกเว้นขายทางอิเล็กทรอนิกส์ที่คืนเต็มจำนวน และไม่ให้ยกเลิกหลังเรียกร้องสินไหมแล้ว เอกสารที่อ้างไว้ไม่ได้ระบุว่ามีประกาศใหม่กว่านี้เปลี่ยนค่ามาตรฐานหรือไม่ จึงให้ดูจำนวนวันและวิธีนับในตารางกรมธรรม์ของคุณทันทีที่ได้รับ

หลังเซ็น: จ่ายเบี้ยไม่ไหวและเวนคืน

ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่ามีระยะผ่อนผันชำระเบี้ย 31 วัน กรมธรรม์ยังมีผลในช่วงนี้ และถ้าเสียชีวิตระหว่างนั้น บริษัทหักเบี้ยค้างจากทุนประกัน หลังพ้นช่วงนี้ กรมธรรม์ที่มีมูลค่าเวนคืนแล้วอาจถูกนำมูลค่ามาจ่ายเบี้ยโดยอัตโนมัติในลักษณะกู้ยืมที่คิดดอกเบี้ย

ทางเลือกก่อนถึงจุดนั้นคือเปลี่ยนงวดจ่าย ซึ่งโดยทั่วไปทำให้เบี้ยรวมต่อปีสูงขึ้น ลดทุน เปลี่ยนแบบ หรือเปลี่ยนเป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ ซึ่งคงระยะเดิมแต่ลดทุน หรือแบบขยายเวลา ซึ่งคงทุนเดิมแต่คุ้มครองสั้นลง โดยสัญญาเพิ่มเติมสิ้นสุด เอกสารของกรมสรรพากรที่อ้างไว้ไม่ได้ระบุว่าการเปลี่ยนเป็นสองแบบหลังก่อนครบ 10 ปีมีผลต่อสิทธิภาษีที่เคยใช้อย่างไร ถ้ากำลังจะเปลี่ยน ให้ถามบริษัทและกรมสรรพากรก่อน

ถ้าเลือกเวนคืน พรูเด็นเชียลระบุว่าเงินที่ได้จะน้อยกว่าเบี้ยที่จ่ายไป โดยเฉพาะปีแรก ๆ และถ้ากู้ตามกรมธรรม์ กรมธรรม์จะสิ้นผลเมื่อหนี้รวมดอกเบี้ยเกินมูลค่าเวนคืน ขอตัวเลขของกรมธรรม์คุณเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

ตรวจคนขายและเก็บหลักฐาน

แนวปฏิบัติของ คปภ. ข้อ 11, 12 และ 16 ให้ผู้เสนอขายแจ้งชื่อ สกุล และเลขที่ใบอนุญาต และให้แสดงบัตรหรือใบอนุญาตเมื่อขายต่อหน้าหรือผ่านภาพและเสียง ประกาศของ คปภ. เรื่องมาตรฐานเวลาให้บริการให้บริษัทกำหนดหลักเกณฑ์ให้ตัวแทนและนายหน้าไม่ใช้คำว่า "ฝาก" แทนการชำระเบี้ย คู่มือของ คปภ.ระบุว่าการบอกว่าเป็น "ฝากเงิน" หรือ "ออมเงิน" โดยไม่บอกว่าเป็นกรมธรรม์ประกันภัยเป็นการฝ่าฝืนประกาศ ให้เทียบเลขที่ใบอนุญาตกับระบบตรวจสอบทะเบียนตัวแทนและนายหน้าของ คปภ.ซึ่งค้นได้ด้วยชื่อหรือเลขที่ใบอนุญาต และมีรายชื่อแยกสำหรับผู้ขายทางโทรศัพท์ ยูนิตลิงค์ และยูนิเวอร์แซลไลฟ์

จ่ายเบี้ยทุกครั้งให้ขอใบเสร็จของบริษัทเก็บไว้ และถามวันเริ่มคุ้มครองให้ชัดเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้เสนอขายทางโทรศัพท์ต้องแจ้งวันเริ่มคุ้มครอง (แนวปฏิบัติ ข้อ 16(3)(ค)2) เบี้ยงวดแรกอาจได้ใบเสร็จชั่วคราว ให้เก็บไว้เป็นหลักฐาน (คู่มือประกันภัย ฉบับประชาชน หน้า 56-57) ถ้าสงสัยโทรสายด่วนประกันภัย 1186 ของ คปภ.

คำถามที่พบบ่อย

ประกันชีวิตมีกี่แบบ

ขึ้นกับวิธีนับ คปภ. แบ่งเป็น 4 แบบทั่วไปกับแบบควบการลงทุนอีกสองแบบ และยังนิยามแบบผู้สูงอายุกับแบบคุ้มครองสินเชื่อ บทความนี้รวมสองแบบควบการลงทุนเป็นแถวเดียวจึงนับเป็น 5 แบบ

มีสวัสดิการที่ทำงานและประกันสังคมแล้ว ต้องซื้อประกันชีวิตเพิ่มไหม

ขึ้นกับส่วนที่ยังขาดหลังหักสิ่งที่มีอยู่ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยระบุไว้ในวิธีตรวจ ให้ไล่รายการตามหัวข้อทุนประกัน และถามว่าสวัสดิการนั้นสิ้นสุดเมื่อคุณออกจากงานหรือไม่ ถ้าหลังหักแล้วไม่ขาด ก็ยังไม่ต้องเพิ่ม

ประกันที่มีเงินออมต่างจากเงินฝากอย่างไร

ประกันเป็นกรมธรรม์ประกันภัย ไม่ใช่บัญชีเงินฝาก ประกาศของ คปภ. ให้บริษัทกำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้เสนอขายบอกชัดว่าเป็นประกันชีวิต ไม่ใช้คำว่าฝาก และแจ้งว่าถ้าเวนคืนหรือยกเลิก อาจได้เงินคืนไม่เต็มจำนวน แบบควบการลงทุนมีส่วนที่ขึ้นกับผลการลงทุน โดยยูนิตลิงค์ผลตอบแทนตามกองทุนที่เลือกและอาจขาดทุนได้

เคยรักษาโรคหรือมีโรคประจำตัว ซื้อประกันชีวิตได้ไหม

ยื่นคำขอได้ แต่ต้องตอบทุกข้อที่ถามตามที่คุณรู้ รวมถึงการพบแพทย์และผลตรวจ แม้ยังไม่มีผลวินิจฉัย บริษัทพิจารณารับประกันเป็นรายคน และอาจขอข้อมูลหรือให้ตรวจสุขภาพเพิ่ม เอกสารของเมืองไทยประกันชีวิตที่อ้างข้างต้นกล่าวถึงกรมธรรม์ที่เป็นภัยต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งแสดงว่าบริษัทอาจรับผู้ขอที่ความเสี่ยงสูงกว่าปกติด้วยเงื่อนไขที่ต่างออกไป ผลขึ้นกับข้อมูลของคุณและหลักเกณฑ์ของแต่ละบริษัท

แหล่งอ้างอิง