เครื่องมือฟรี · ตามวิธีในบทความ

คำนวณทุนประกันชีวิตที่ครอบครัวยังขาด ทีละบรรทัด

ใส่ค่าใช้จ่ายของคนที่อยู่ต่อ หนี้ และเงินเป้าหมาย แล้วหักสิ่งที่ครอบครัวมีอยู่แล้ว เครื่องมือบอกส่วนที่ขาดทั้งแบบไม่พึ่งประกันกลุ่มและแบบนับประกันกลุ่ม พร้อมดูว่าจำนวนปีเปลี่ยนตัวเลขเท่าไร

ข้อมูลตรวจสอบ · ส่วนที่ขาดตามตัวเลขที่ใส่ ไม่ใช่ทุนที่ถูกต้องเพียงค่าเดียว

เครื่องคำนวณ

เครื่องคำนวณนี้ต้องใช้ JavaScript ถ้าเบราว์เซอร์ปิดไว้ ให้ดูตารางคำนวณและตัวอย่างสามบ้านด้านล่าง ซึ่งอ่านได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ

  • ตัวเลขทั้งหมดเป็นยอดของวันนี้ ไม่ปรับเงินเฟ้อและไม่คิดผลตอบแทนของเงินก้อน เหมือนบทความ
  • คิดทีละคน ใส่ภาระของครอบครัวถ้าคนนี้ไม่อยู่ ถ้ามีสองคนที่ทำงาน ให้คำนวณแยกกัน
  • เงินออมนับเฉพาะเงินที่ครอบครัวหยิบใช้ได้ และหักเงินฉุกเฉินที่ยังต้องกันไว้ออกก่อน
  • หนี้ก้อนหนึ่งนับได้ทางเดียว ปิดเป็นก้อนในช่องหนี้ หรือผ่อนต่อในค่าใช้จ่ายรายเดือน อย่าใส่ทั้งสองที่
1. ภาระของครอบครัวถ้าคุณไม่อยู่ใส่เป็นยอดของวันนี้

ถ้าตั้งใจผ่อนหนี้ต่อด้วยรายได้ที่เหลือ ให้รวมค่างวดไว้ที่นี่ ถ้าจะปิดหนี้เป็นก้อน ให้ตัดค่างวดของหนี้นั้นออก ค่าเทอมที่อยู่ในช่องนี้แล้วไม่ต้องใส่ซ้ำในช่องเงินเป้าหมาย

รายได้ที่คนที่อยู่ต่อยังมี เช่น เงินเดือนของคู่ชีวิต หรือรายได้เสริม ถ้าไม่มี เว้นว่างได้

ใส่เป็นปีเต็ม 0 ถึง 60 เลือกจากเหตุการณ์ที่ระบุวันได้ เช่น ปีที่ลูกคนเล็กเรียนจบ ปีที่คู่ชีวิตกลับไปทำงานเต็มเวลาได้ หรือปีที่ผ่อนบ้านหมด ถ้ายังตอบไม่ได้ ลองใส่หลายค่า เช่น 5, 10 และ 15 หรือดูตารางเทียบจำนวนปีในผลลัพธ์

ยอดหนี้คงเหลือที่ครอบครัวต้องการปิด ถ้าตั้งใจผ่อนต่อ ให้ใส่ค่างวดในช่องค่าใช้จ่ายรายเดือนแทน ถ้ามีประกันคุ้มครองสินเชื่อ ให้หักยอดที่ตารางจ่ายในปีนั้นออกจากช่องนี้ ไม่ใส่ในช่องประกันชีวิตเดิม

เช่น ค่าเล่าเรียนลูกที่ยังไม่ได้เตรียม

ประมาณการของครอบครัว รวมค่ารักษาพยาบาลที่ยังค้างจ่าย ตัวอย่างในบทความใช้ 100,000 บาท ถ้าเว้นว่าง เครื่องมือนับเป็น 0

2. สิ่งที่ครอบครัวมีอยู่แล้วนับเฉพาะเงินที่ไปถึงครอบครัวได้จริง

บ้านที่ยังอยู่อาศัยไม่ใช่เงินสด ไม่ต้องใส่

เงินที่ครอบครัวยังต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ควรนับเป็นเงินปิดภาระ เครื่องมือหักตัวเลขนี้ออกจากเงินออมข้างบน ถ้าใส่เฉพาะเงินที่ใช้ได้จริงในช่องข้างบนแล้ว เว้นว่างได้

เงินที่จ่ายเมื่อเสียชีวิตตามตารางผลประโยชน์ของปีนี้ ซึ่งบางแบบไม่เท่าทุนที่พิมพ์ในหน้าตาราง เงินจากประกันสุขภาพหรือโรคร้ายแรงไม่ใช่เงินกรณีเสียชีวิต จึงไม่ใส่

เงื่อนไขตามมาตรา 73 ของพระราชบัญญัติประกันสังคม คือเสียชีวิตโดยไม่ใช่เหตุจากการทำงาน และส่งเงินสมทบอย่างน้อย 1 เดือนภายใน 6 เดือนก่อนเสียชีวิต ผู้ที่เป็นมาตรา 40 หรือไม่ใช่ลูกจ้างประจำควรถามสายด่วน 1506 ก่อน ถ้าไม่อยากพึ่งงานปัจจุบัน ไม่ต้องติ๊ก

เงินที่จ่ายเมื่อเสียชีวิต ใส่เมื่อมั่นใจว่าจะยังอยู่ที่ทำงานเดิม ถ้าไม่ใส่ ส่วนที่ขาดสองค่าจะเท่ากัน

3. ระยะคุ้มครองไม่บังคับ

เช่น ปีที่ผ่อนบ้านหมด ใช้บอกระยะคุ้มครองที่ควรขอ ถ้าเว้นว่าง เครื่องมือใช้จำนวนปีข้างบน

ผลการคำนวณ

ส่วนที่ขาดโดยไม่พึ่งประกันกลุ่ม (บรรทัด 9)

–

ใส่ค่าใช้จ่ายรายเดือน หนี้ หรือเงินเป้าหมายของครอบครัว แล้วผลจะแสดงที่นี่

เป็นการประมาณ ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อประกัน ผลที่ได้มาจากตัวเลขสมมติที่คุณใส่ ไม่ใช่ราคาเบี้ย ไม่ใช่การรับรองว่าซื้อทุนเท่านี้ได้ และไม่ใช่คำแนะนำด้านการเงิน ตัวเลขจริงขึ้นกับกรมธรรม์เดิม ประกันกลุ่ม สิทธิประกันสังคม และผลพิจารณารับประกันของบริษัท ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถามผู้เสนอขายและสำนักงานประกันสังคม สายด่วน 1506

วิธีคิด

ตารางคำนวณ 12 บรรทัด

สูตรเดียวของบทความคือ ทุนที่ควรมี = ภาระของครอบครัว − สิ่งที่มีอยู่แล้ว ภาระมีสี่ก้อน คือค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ขาดคูณจำนวนเดือน หนี้ที่ปิดเป็นก้อน เงินเป้าหมาย และค่าจัดการงานศพกับค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด จากนั้นหักเงินออม ประกันชีวิตเดิม และค่าทำศพจากประกันสังคม ได้ส่วนที่ขาดโดยไม่พึ่งประกันกลุ่ม แล้วหักประกันกลุ่มอีกครั้งเพื่อดูอีกค่าหนึ่ง ตารางด้านล่างคือ 12 บรรทัดที่เครื่องมือใช้ ตามบทความ

แต่ละบรรทัดของตารางคำนวณและสิ่งที่ใส่
บรรทัดรายการวิธีคิดหรือสิ่งที่ใส่
1ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ขาด(ค่าใช้จ่ายรายเดือนของคนที่อยู่ต่อ − รายได้รายเดือนของพวกเขา) × จำนวนเดือน เดือนคือจำนวนปีที่ใส่ × 12
2หนี้ที่ปิดเป็นก้อนยอดหนี้คงเหลือที่ครอบครัวต้องการปิด ถ้าตั้งใจผ่อนต่อ ให้ใส่ค่างวดในบรรทัด 1 แทน
3เงินเป้าหมายเช่น ค่าเล่าเรียนลูกที่ยังไม่ได้เตรียม
4ค่าจัดการงานศพและเบ็ดเตล็ดประมาณการของครอบครัว ตัวอย่างในบทความใช้ 100,000 บาท
5ภาระรวมบรรทัด 1 + 2 + 3 + 4
6เงินออมที่ใช้ได้จริงเฉพาะเงินที่ครอบครัวหยิบใช้ได้ และไม่ใช่เงินฉุกเฉินที่ยังต้องกันไว้ เครื่องมือหักเงินฉุกเฉินที่ใส่ออกจากเงินออมให้
7ประกันชีวิตเดิมของคุณเงินที่จ่ายเมื่อเสียชีวิตตามตารางผลประโยชน์ของปีนี้
8ค่าทำศพจากประกันสังคม50,000 บาท ถ้าเข้าเงื่อนไข ถ้าไม่ได้เป็นผู้ประกันตนให้ใส่ศูนย์ ใช้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ผู้ที่เป็นมาตรา 40 หรือไม่ใช่ลูกจ้างประจำควรถามก่อน
9ส่วนที่ขาดโดยไม่พึ่งประกันกลุ่มบรรทัด 5 − (6 + 7 + 8)
10ประกันกลุ่มจากที่ทำงานเงินที่จ่ายเมื่อเสียชีวิต ใส่เมื่อมั่นใจว่าจะยังอยู่ที่ทำงานเดิม
11ส่วนที่ขาดถ้านับประกันกลุ่มบรรทัด 9 − 10
12ระยะคุ้มครองที่ควรขอปีที่ภาระที่ยาวที่สุดสิ้นสุด

สามข้อช่วยไม่ให้ตัวเลขเพี้ยน อย่านับซ้ำ หนี้ก้อนหนึ่งนับได้ทางเดียว และค่าเทอมที่อยู่ในค่าใช้จ่ายรายเดือนแล้วอย่าใส่ซ้ำในเงินเป้าหมาย หักเฉพาะเงินที่ครอบครัวใช้ได้จริง เพราะบ้านที่ยังอยู่อาศัยไม่ใช่เงินสด และเงินฉุกเฉินไม่ควรถูกนับเป็นเงินปิดภาระ และจำนวนปีเป็นสมมติฐานที่ใหญ่ที่สุด เพราะกำหนดบรรทัด 1 ซึ่งมักเป็นก้อนใหญ่ที่สุด รายละเอียดอยู่ในบทความทุนประกันชีวิตควรมีเท่าไร 2569

สมมติตัวเลข

ตัวอย่างสามบ้านจากบทความ

ทั้งสามบ้านเป็นการสมมติ ตารางข้างล่างคำนวณด้วยเครื่องมือเดียวกับที่ใช้ด้านบน กดปุ่มตัวอย่างในเครื่องคำนวณเพื่อใส่ตัวเลขเหล่านี้แล้วลองเปลี่ยนเอง ทุกบ้านสมมติว่าเป็นผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบต่อเนื่องและไม่มีประกันคุ้มครองสินเชื่อ บ้านที่สองคำนวณแยกทีละคนเพราะเหตุเกิดทีละกรณี

บ้านรายได้เดียวที่ผ่อนบ้าน

ผู้หารายได้คนเดียว คู่ชีวิตไม่ได้ทำงานประจำและหารายได้เสริมได้ ลูกยังเล็ก ครอบครัวเลือกปิดหนี้บ้านเป็นก้อน ค่างวดบ้านจึงไม่อยู่ในค่าใช้จ่ายรายเดือน และค่าเล่าเรียนลูกที่ยังไม่ได้เตรียมอยู่ในเงินเป้าหมาย ไม่ซ้ำกับค่าใช้จ่ายรายเดือน

ค่าใช้จ่ายรายเดือนของคนที่อยู่ต่อ (ค่าใช้จ่ายของคนที่อยู่ต่อ ไม่รวมค่างวดบ้านและค่าเล่าเรียนลูก)
24,000 บาท
รายได้รายเดือนของคนที่อยู่ต่อ
8,000 บาท
จำนวนปี
10 ปี (ปีที่ผ่อนบ้านหมดและลูกอายุครบ 15 ปีพร้อมกัน)
หนี้ที่ปิดเป็นก้อน
1,200,000 บาท
เงินเป้าหมาย
580,000 บาท
ค่าจัดการงานศพและเบ็ดเตล็ด
100,000 บาท
เงินออมที่ใช้ได้
300,000 บาท
ประกันชีวิตเดิม
500,000 บาท
ค่าทำศพจากประกันสังคม
50,000 บาท
ประกันกลุ่มจากที่ทำงาน
400,000 บาท
ตารางคำนวณ: บ้านรายได้เดียวที่ผ่อนบ้าน
บรรทัดรายการบาท
1ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ขาด(24,000 − 8,000) × 120 เดือน1,920,000
2หนี้ที่ปิดเป็นก้อน1,200,000
3เงินเป้าหมาย580,000
4ค่าจัดการงานศพและเบ็ดเตล็ด100,000
5ภาระรวม1,920,000 + 1,200,000 + 580,000 + 100,0003,800,000
6เงินออมที่ใช้ได้จริง300,000
7ประกันชีวิตเดิมของคุณ500,000
8ค่าทำศพจากประกันสังคมผู้ประกันตนที่เข้าเงื่อนไข50,000
9ส่วนที่ขาดโดยไม่พึ่งประกันกลุ่ม3,800,000 − (300,000 + 500,000 + 50,000)2,950,000
10ประกันกลุ่มจากที่ทำงาน400,000
11ส่วนที่ขาดถ้านับประกันกลุ่ม2,950,000 − 400,0002,550,000
12ระยะคุ้มครองที่ควรขอใช้จำนวนปีเดียวกับบรรทัด 1 เพราะไม่ได้ระบุภาระที่ยาวที่สุด10 ปี

ส่วนที่ขาดตามตัวเลขที่ใส่ 2,950,000 บาท ถ้าไม่พึ่งประกันกลุ่ม หรือ 2,550,000 บาท ถ้านับประกันกลุ่ม

บ้านสองคนทำงาน: ถ้าคนที่มีรายได้สูงกว่าเสียชีวิต

สองคนผ่อนคอนโดร่วมกันและตั้งใจผ่อนต่อ จึงใส่ค่างวดไว้ในค่าใช้จ่ายรายเดือน ไม่ใส่เป็นหนี้ก้อน ค่าเล่าเรียนลูกที่ยังไม่ได้เตรียมอยู่ในเงินเป้าหมาย คำนวณแยกทีละคนเพราะเหตุเกิดทีละกรณี เงินออมก้อนเดียวกันจึงหักได้ทั้งสองกรณี แต่ไม่หักซ้ำภายในกรณีเดียว

ค่าใช้จ่ายรายเดือนของคนที่อยู่ต่อ
ค่าใช้จ่ายอื่นของบ้านเมื่อเหลือคนเดียว 30,000 + ค่างวดคอนโดที่ตั้งใจผ่อนต่อ 15,000 = 45,000 บาท
รายได้รายเดือนของคนที่อยู่ต่อ
30,000 บาท
จำนวนปี
10 ปี (ปีที่ค่างวดหมดและลูกอายุครบ 13 ปี)
เงินเป้าหมาย
400,000 บาท
ค่าจัดการงานศพและเบ็ดเตล็ด
100,000 บาท
เงินออมที่ใช้ได้
250,000 บาท
ประกันชีวิตเดิม
300,000 บาท
ค่าทำศพจากประกันสังคม
50,000 บาท
ประกันกลุ่มจากที่ทำงาน
300,000 บาท
ตารางคำนวณ: บ้านสองคนทำงาน: ถ้าคนที่มีรายได้สูงกว่าเสียชีวิต
บรรทัดรายการบาท
1ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ขาด(45,000 − 30,000) × 120 เดือน1,800,000
2หนี้ที่ปิดเป็นก้อน0
3เงินเป้าหมาย400,000
4ค่าจัดการงานศพและเบ็ดเตล็ด100,000
5ภาระรวม1,800,000 + 0 + 400,000 + 100,0002,300,000
6เงินออมที่ใช้ได้จริง250,000
7ประกันชีวิตเดิมของคุณ300,000
8ค่าทำศพจากประกันสังคมผู้ประกันตนที่เข้าเงื่อนไข50,000
9ส่วนที่ขาดโดยไม่พึ่งประกันกลุ่ม2,300,000 − (250,000 + 300,000 + 50,000)1,700,000
10ประกันกลุ่มจากที่ทำงาน300,000
11ส่วนที่ขาดถ้านับประกันกลุ่ม1,700,000 − 300,0001,400,000
12ระยะคุ้มครองที่ควรขอใช้จำนวนปีเดียวกับบรรทัด 1 เพราะไม่ได้ระบุภาระที่ยาวที่สุด10 ปี

ส่วนที่ขาดตามตัวเลขที่ใส่ 1,700,000 บาท ถ้าไม่พึ่งประกันกลุ่ม หรือ 1,400,000 บาท ถ้านับประกันกลุ่ม

บ้านสองคนทำงาน: ถ้าคนที่มีรายได้น้อยกว่าเสียชีวิต

คนที่มีรายได้น้อยกว่าเคยดูแลลูกและงานบ้านเอง ถ้าเสียชีวิตครอบครัวต้องจ่ายค่าดูแลลูกและงานบ้านเพิ่ม จึงบวกไว้ในค่าใช้จ่ายรายเดือน ตัวเลขค่าดูแลเป็นสมมติ ถ้าครอบครัวไม่ต้องจ้างใคร ช่องว่างจะเล็กลง คนนี้ไม่มีประกันชีวิตเดิม

ค่าใช้จ่ายรายเดือนของคนที่อยู่ต่อ
ค่าใช้จ่ายอื่นของบ้านเมื่อเหลือคนเดียว 32,000 + ค่างวดคอนโดที่ตั้งใจผ่อนต่อ 15,000 + ค่าดูแลลูกและงานบ้านที่ต้องจ้างแทน 8,000 = 55,000 บาท
รายได้รายเดือนของคนที่อยู่ต่อ
45,000 บาท
จำนวนปี
10 ปี (ปีที่ค่างวดหมดและลูกอายุครบ 13 ปี)
เงินเป้าหมาย
400,000 บาท
ค่าจัดการงานศพและเบ็ดเตล็ด
100,000 บาท
เงินออมที่ใช้ได้
250,000 บาท
ค่าทำศพจากประกันสังคม
50,000 บาท
ประกันกลุ่มจากที่ทำงาน
200,000 บาท
ตารางคำนวณ: บ้านสองคนทำงาน: ถ้าคนที่มีรายได้น้อยกว่าเสียชีวิต
บรรทัดรายการบาท
1ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ขาด(55,000 − 45,000) × 120 เดือน1,200,000
2หนี้ที่ปิดเป็นก้อน0
3เงินเป้าหมาย400,000
4ค่าจัดการงานศพและเบ็ดเตล็ด100,000
5ภาระรวม1,200,000 + 0 + 400,000 + 100,0001,700,000
6เงินออมที่ใช้ได้จริง250,000
7ประกันชีวิตเดิมของคุณ0
8ค่าทำศพจากประกันสังคมผู้ประกันตนที่เข้าเงื่อนไข50,000
9ส่วนที่ขาดโดยไม่พึ่งประกันกลุ่ม1,700,000 − (250,000 + 0 + 50,000)1,400,000
10ประกันกลุ่มจากที่ทำงาน200,000
11ส่วนที่ขาดถ้านับประกันกลุ่ม1,400,000 − 200,0001,200,000
12ระยะคุ้มครองที่ควรขอใช้จำนวนปีเดียวกับบรรทัด 1 เพราะไม่ได้ระบุภาระที่ยาวที่สุด10 ปี

ส่วนที่ขาดตามตัวเลขที่ใส่ 1,400,000 บาท ถ้าไม่พึ่งประกันกลุ่ม หรือ 1,200,000 บาท ถ้านับประกันกลุ่ม

คนโสดที่ส่งเงินให้พ่อแม่

ไม่มีหนี้และไม่มีลูก อยากให้เงินที่ส่งให้พ่อแม่ไปต่อถ้าไม่อยู่ รายได้ของพ่อแม่ที่เหลือใส่เป็นศูนย์ ไม่มีเหตุการณ์ที่ระบุวัน จำนวนปีจึงเป็นสมมติฐาน

ค่าใช้จ่ายรายเดือนของคนที่อยู่ต่อ (เงินที่ส่งให้พ่อแม่ทุกเดือน)
12,000 บาท
รายได้รายเดือนของคนที่อยู่ต่อ
0 บาท
จำนวนปี
10 ปี (ไม่มีเหตุการณ์ที่ระบุวัน จึงตั้งเป็นสมมติฐาน)
ค่าจัดการงานศพและเบ็ดเตล็ด
100,000 บาท
เงินออมที่ใช้ได้
90,000 บาท
ค่าทำศพจากประกันสังคม
50,000 บาท
ประกันกลุ่มจากที่ทำงาน
200,000 บาท
ตารางคำนวณ: คนโสดที่ส่งเงินให้พ่อแม่
บรรทัดรายการบาท
1ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ขาด(12,000 − 0) × 120 เดือน1,440,000
2หนี้ที่ปิดเป็นก้อน0
3เงินเป้าหมาย0
4ค่าจัดการงานศพและเบ็ดเตล็ด100,000
5ภาระรวม1,440,000 + 0 + 0 + 100,0001,540,000
6เงินออมที่ใช้ได้จริง90,000
7ประกันชีวิตเดิมของคุณ0
8ค่าทำศพจากประกันสังคมผู้ประกันตนที่เข้าเงื่อนไข50,000
9ส่วนที่ขาดโดยไม่พึ่งประกันกลุ่ม1,540,000 − (90,000 + 0 + 50,000)1,400,000
10ประกันกลุ่มจากที่ทำงาน200,000
11ส่วนที่ขาดถ้านับประกันกลุ่ม1,400,000 − 200,0001,200,000
12ระยะคุ้มครองที่ควรขอใช้จำนวนปีเดียวกับบรรทัด 1 เพราะไม่ได้ระบุภาระที่ยาวที่สุด10 ปี

ส่วนที่ขาดตามตัวเลขที่ใส่ 1,400,000 บาท ถ้าไม่พึ่งประกันกลุ่ม หรือ 1,200,000 บาท ถ้านับประกันกลุ่ม

ข้อควรรู้

ทำไมไม่ใช้สูตรคูณรายได้

หน้าของธนาคารแห่งประเทศไทยที่บทความอ้างไม่ได้ให้สูตรอย่างกี่เท่าของรายได้ ตัวเลขต้องมาจากภาระจริงของบ้านคุณ เครื่องมือนี้จึงไม่มีตัวคูณ ถ้าคุณเคยเห็นกฎแบบคูณรายได้ บทความของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ลงวันที่ 1 มีนาคม 2565 เรียกว่าวิธีทวีคูณรายได้ และระบุว่าตัวเลขที่นิยมใช้อยู่ระหว่าง 3 ถึง 5 เท่าของรายได้ต่อปี วิธีนี้คิดเร็วแต่ไม่ดูว่าบ้านคุณมีหนี้เท่าไรและมีอะไรอยู่แล้ว หน้าเดียวกันเสนออีกวิธี คือวิเคราะห์ความจำเป็นทางการเงิน ซึ่งคล้ายวิธีของเครื่องมือนี้ ถ้ามีคนเสนอสูตรคูณ ให้ถามว่าสมมติฐานเรื่องหนี้ ระยะเวลา และสิ่งที่มีอยู่แล้วเป็นอย่างไร

ขั้นต่อไป

จากส่วนที่ขาดสู่เบี้ย

ทุนที่ขาดไม่ใช่ราคา ราคาจริงมาจากใบเสนอราคา ขอใบเสนอด้วยทุน ระยะคุ้มครอง อายุ และสุขภาพชุดเดียวกัน แล้วถามผู้เสนอขายว่าทุนที่เสนอตรงกับบรรทัด 9 หรือ 11 และระยะคุ้มครองตรงกับบรรทัด 12 หรือไม่ บทความแสดงวิธีแปลงส่วนที่ขาดเป็นเบี้ยและทดสอบกับเดือนที่รายได้ตก ตรวจชื่อผู้รับประโยชน์ให้ตรงกับคนที่ตั้งใจให้ใช้เงิน และคำนวณใหม่เมื่อลูกเกิด กู้เงินหรือรีไฟแนนซ์ ปิดหนี้ก้อนใหญ่ เปลี่ยนงานจนประกันกลุ่มสิ้นสุด หรือรายได้เปลี่ยน

สิ่งที่เครื่องมือนี้ไม่ได้คำนวณ

  • ไม่ปรับเงินเฟ้อและไม่คิดผลตอบแทนของเงินก้อนที่ยังไม่ได้ใช้ ค่าครองชีพอาจสูงขึ้น ขณะที่เงินก้อนอาจมีดอกผล สองข้อนี้ชดเชยกันได้บางส่วนแต่ไม่แน่นอน ตัวเลขที่ได้จึงเป็นจุดเริ่มต้น
  • ไม่คำนวณภาษี เครื่องมือไม่คิดว่าภาษีกระทบเงินหรือรายได้ของครอบครัวอย่างไร ส่วนการลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันดูได้ในเครื่องมือคำนวณลดหย่อนภาษีประกัน
  • ไม่ใช่ราคา เบี้ยจริงมาจากใบเสนอราคา ซึ่งขึ้นกับผลพิจารณารับประกันและสัญญาเพิ่มเติม และเครื่องมือไม่ได้ทดสอบว่าจ่ายเบี้ยไหวในเดือนที่รายได้ตก
  • นับเฉพาะค่าทำศพ 50,000 บาท จากประกันสังคม ไม่นับเงินสงเคราะห์กรณีตาย ซึ่งคิดจากค่าจ้างรายเดือนตามมาตรา 57 ของพระราชบัญญัติประกันสังคม (ร้อยละห้าสิบของค่าจ้างนั้นคูณสี่หรือคูณสิบสองตามจำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบ) ถ้าอยากนับ ให้ถามสายด่วน 1506 ว่าค่าจ้างของคุณเป็นเท่าไร
  • มาตรา 73(1) กำหนดว่าเงินค่าทำศพต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยเท่าของอัตราสูงสุดของค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน กฎกระทรวงกำหนดไว้ 50,000 บาท ถ้าอัตราสูงสุดนั้นเกิน 500 บาท ต่อวัน ขั้นต่ำจะเกินตัวเลขนี้ ควรยืนยันจำนวนกับสายด่วน 1506 ก่อนนับ เครื่องมือไม่ได้เทียบกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
  • ไม่ตรวจเงื่อนไขของประกันกลุ่มและกรมธรรม์เดิม ให้ขอเอกสารของแต่ละฉบับแล้วดูว่าเสียชีวิตปีนี้ได้รับเท่าไร ใครเป็นผู้รับประโยชน์ และคุ้มครองถึงเมื่อไร เงินจากประกันสุขภาพหรือโรคร้ายแรงไม่ใช่เงินกรณีเสียชีวิต จึงไม่ใส่
  • ไม่ตรวจสัญญากู้ เครื่องมือไม่รู้ว่าใครเป็นผู้กู้ ผู้กู้ร่วม หรือผู้ค้ำประกัน อ่านสัญญากู้ทุกฉบับก่อนกรอกช่องหนี้
  • ไม่แยกว่าภาระแต่ละก้อนสิ้นสุดเมื่อไร ภาระไม่ได้จบพร้อมกัน ทุนที่ต้องมีจึงมากที่สุดในวันนี้และลดลงเมื่อลูกโตขึ้นหรือหนี้เหลือน้อยลง ผลที่ได้เป็นตัวเลขของวันนี้ตัวเดียว

เครื่องมือคำนวณ

เครื่องมืออื่น

อ่านต้นฉบับเมื่อ 27 ต.ค. 2569

แหล่งที่มาของตัวเลข

ตัวเลขนอกกรอบที่เครื่องมือใช้มีตัวเดียว คือค่าทำศพจากประกันสังคม 50,000 บาท ซึ่งอ่านจากกฎกระทรวงในฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนวิธีคิดมาจากบทความที่เครื่องมือนี้ทำตาม ซึ่งอ้างหน้าของธนาคารแห่งประเทศไทย ตัวเลขในตัวอย่างทุกตัวเป็นการสมมติ ต้นฉบับแต่ละรายการถูกเปิดอ่านเมื่อ 27 ต.ค. 2569 ก่อนใช้ตัวเลขจริง ควรยืนยันสิทธิกับสำนักงานประกันสังคม

  1. วิธีหาทุนประกัน: ประเมินภาระ ตรวจสิ่งที่มีอยู่ แล้วทำทุนไม่น้อยกว่าส่วนที่ขาด

    ตัวเลขที่ใช้
    “ประเมินภาระรับผิดชอบที่มี ซึ่งก็คือจำนวนเงินที่ครอบคลุมภาระหนี้ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของคนในครอบครัวในวันที่ไม่มีเรา” จากนั้นตรวจสินทรัพย์ สวัสดิการจากที่ทำงาน และสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม “ถ้าไม่เพียงพอ ก็อาจต้องทำประกันชีวิตที่มีทุนประกันชีวิต ... ไม่น้อยกว่าจำนวนเงินที่ยังขาดอยู่” หน้านี้ไม่ได้ให้สูตรกี่เท่าของรายได้
    วันที่เอกสาร และวันที่อ่าน
    หน้าเว็บไม่แสดงวันที่เผยแพร่ · อ่านเมื่อ 27 ต.ค. 2569
  2. เงื่อนไขค่าทำศพจากประกันสังคม ขั้นต่ำของค่าทำศพ และเงินสงเคราะห์กรณีตายที่เครื่องมือนี้ไม่นับ

    ตัวเลขที่ใช้
    มาตรา 73: ผู้ประกันตนเสียชีวิตโดยมิใช่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน และภายในหกเดือนก่อนเสียชีวิตจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน (1) เงินค่าทำศพตามอัตราในกฎกระทรวง “แต่ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยเท่าของอัตราสูงสุดของค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน” จ่ายให้ผู้จัดการศพ (2) เงินสงเคราะห์กรณีตาย เท่ากับร้อยละห้าสิบของค่าจ้างรายเดือนที่คำนวณได้ตามมาตรา 57 คูณด้วยสี่ (ส่งเงินสมทบ 36 ถึงไม่ถึง 120 เดือน) หรือคูณด้วยสิบสอง (120 เดือนขึ้นไป) ซึ่งเครื่องมือนี้ไม่นับ
    วันที่เอกสาร และวันที่อ่าน
    ราชกิจจานุเบกษา 1 ก.ย. 2533 สถานะ ยังมีผลใช้บังคับ · อ่านเมื่อ 27 ต.ค. 2569
  3. จำนวนเงินค่าทำศพ (บรรทัด 8)

    ตัวเลขที่ใช้
    ข้อ 2: “ให้กำหนดเป็นจำนวนห้าหมื่นบาท” คือ 50,000 บาท
    วันที่เอกสาร และวันที่อ่าน
    ราชกิจจานุเบกษา 2 ก.ค. 2563 · อ่านเมื่อ 27 ต.ค. 2569
  4. ช่องทางยืนยันสิทธิและจำนวนเงินกับสำนักงานประกันสังคม

    ตัวเลขที่ใช้
    หน้าแรกแสดงสายด่วน 1506
    แหล่งที่มา
    สำนักงานประกันสังคม หน้าแรก
    https://www.sso.go.th/wpr/main
    วันที่เอกสาร และวันที่อ่าน
    หน้าเว็บไม่ระบุวันที่ · อ่านเมื่อ 27 ต.ค. 2569
  5. สูตรคูณรายได้ที่เครื่องมือนี้ไม่ใช้

    ตัวเลขที่ใช้
    “ตัวเลขทวีคูณที่นิยมใช้จะอยู่ระหว่าง 3 – 5 เท่าของรายได้ต่อปี” (วิธีทวีคูณรายได้) และหน้าเดียวกันอธิบาย “วิธีวิเคราะห์ความจำเป็นทางการเงิน” ซึ่งใกล้กับวิธีของเครื่องมือนี้
    แหล่งที่มา
    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย: ทุนประกันเท่าไหร่จึงจะพอดี (Happy Money)
    https://www.set.or.th/th/education-research/education/happymoney/knowledge/article/43-what-is-the-ideal-sum-insured
    วันที่เอกสาร และวันที่อ่าน
    ลงวันที่ 1 มีนาคม 2565 · อ่านเมื่อ 27 ต.ค. 2569