ประกันสะสมทรัพย์คืออะไร 2569: อ่านเงินคืน เวนคืน ผลตอบแทน และดูว่าเหมาะกับใคร
ประกันสะสมทรัพย์จ่ายเงินเมื่อเสียชีวิตหรืออยู่ครบสัญญา บทความนี้สอนอ่านตารางเงินคืนและมูลค่าเวนคืน คำนวณผลตอบแทนต่อปีจากเอกสารของบริษัท และดูว่าเหมาะกับคุณหรือไม่ก่อนผูกเงินหลายปี

ประกันสะสมทรัพย์คือประกันชีวิตที่บริษัทจ่ายเงินใน 2 กรณี คือคุณเสียชีวิตในระยะเวลาเอาประกันภัยก่อนครบสัญญา หรือคุณมีชีวิตอยู่จนครบสัญญา ตามที่แผ่นพับของ คปภ.อธิบายไว้ (คปภ. คือสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หน่วยงานที่กำกับธุรกิจประกันภัยในไทย) บางแบบยังจ่ายเงินคืนเป็นงวดระหว่างทาง และบางแบบมีเงินปันผลที่บริษัทไม่รับประกัน เบี้ยที่จ่ายเข้าไปไม่ใช่เงินฝาก ถ้าเลิกกลางทาง เงินที่ได้คืนตามตารางอาจน้อยกว่าเบี้ยที่จ่ายไปแล้ว
เอกสารขายมักเน้นเปอร์เซ็นต์ของทุนประกันที่ดูสูง เช่น โบรชัวร์แบบ 12/6 ของเอฟดับบลิวดี (ไม่ระบุวันที่ ไฟล์สร้างสิงหาคม 2567) ที่เขียนว่าผลประโยชน์รวมตลอดสัญญาสูงสุดถึง 654% ของทุนประกันภัย ทุนประกันหรือจำนวนเงินเอาประกันภัยคือตัวเลขที่บริษัทใช้คำนวณผลประโยชน์ ไม่ใช่เงินออมของคุณ เปอร์เซ็นต์แบบนี้ต้องเทียบกับเบี้ยที่จ่ายจริงจึงจะรู้ว่าได้อะไร ตัวอย่างที่คำนวณได้ง่ายคือแบบ 11/3 ที่รับประกันโดยทิพยประกันชีวิตและขายผ่านธนาคารออมสิน (ไฟล์ขั้นตอนซื้อ สร้างเดือนมีนาคม 2569) จ่ายเบี้ยปีละ 100% ของทุน 3 ปี รวม 300% ของทุน เอกสารระบุเงินคืน 1% และ 2% ระหว่างทาง กับเงินก้อน 328% เมื่อครบสัญญา 11 ปี รวมเป็น 339% ของทุน หรือมากกว่าเบี้ยที่จ่าย 13% และเป็นผลตอบแทนราว 1.24% ต่อปีก่อนภาษี (เรียกว่า IRR คืออัตราผลตอบแทนต่อปีที่คิดตามวันจ่ายและวันรับเงินจริง เอกสารพิมพ์ตัวเลขนี้ไว้เองและตรงกัน) ตัวเลขนี้ยังไม่รวมความคุ้มครองและสิทธิภาษี แต่ทำให้เห็นว่าเปอร์เซ็นต์ของทุนประกันกับผลตอบแทนต่อปีเป็นคนละเรื่องกัน
ถ้าต้องตัดสินใจเร็ว ให้ตอบสามข้อนี้ก่อน
- เงินก้อนนี้ต้องใช้ในปีไหน และตรงกับปีที่สัญญาจ่ายหรือไม่
- คุณจ่ายเบี้ยได้ครบทุกปี แม้ในปีที่รายได้ลด โดยไม่ต้องแตะเงินฉุกเฉินหรือไม่
- คุณพอใจกับผลตอบแทนต่อปีที่คำนวณได้ เมื่อเทียบกับการผูกเงินนานเท่ากันหรือไม่
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทุกรายการเป็นภาพประกอบวิธีอ่านเอกสารของบริษัท ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือการจัดอันดับ ตัวเลขเป็นไปตามเอกสารที่อ้างไว้ ไม่ใช่ราคาเสนอขายปัจจุบัน บางแบบอาจปิดขายแล้ว และเงื่อนไขของแบบที่คุณได้รับอาจต่างออกไป
ประกันสะสมทรัพย์จ่ายเงินเมื่อไร และต่างจากประกันแบบอื่นอย่างไร
คำสั่งนายทะเบียน ที่ 1/2568 ซึ่งเลขาธิการ คปภ. ออกในฐานะนายทะเบียน (ลงวันที่ 6 มกราคม 2568 ใช้ตั้งแต่ 15 มกราคม 2568) กำหนดหลักเกณฑ์ให้ความเห็นชอบอัตราเบี้ยของแบบประกันที่ระบุไว้ในคำสั่ง และนิยามแบบสะสมทรัพย์ว่าเป็นแบบประกันภัยที่คุ้มครองทั้งการอยู่รอดและการเสียชีวิตภายในระยะเวลาเอาประกันภัย หนึ่งในเงื่อนไขของคำสั่งคือไม่ให้กำหนดเงินกรณีมีชีวิตอยู่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีเงินกรณีเสียชีวิต ในทางปฏิบัติจึงมีเงินที่เกี่ยวข้องได้ถึงห้าก้อน และไม่ใช่ทุกแบบมีครบทุกก้อน
เหตุที่บริษัทจ่าย | เงินที่ได้ | ผู้รับ | ต้องดูอะไร |
|---|---|---|---|
เสียชีวิตในระยะเวลาเอาประกันภัย | เงินกรณีเสียชีวิต | ผู้รับประโยชน์ | จำนวนในแต่ละปีกรมธรรม์ และขั้นต่ำเทียบกับเบี้ยที่จ่ายแล้ว |
มีชีวิตอยู่ในวันครบรอบปีที่แบบกำหนด (เฉพาะบางแบบ) | เงินคืนระหว่างสัญญา (จ่ายเป็นงวดก่อนครบสัญญา) | ผู้เอาประกัน | ปีที่เริ่มคืน และจำนวนเป็นเปอร์เซ็นต์ของทุนประกัน |
มีชีวิตอยู่จนครบสัญญา | เงินครบสัญญา (เงินก้อนที่จ่ายเมื่อสัญญาสิ้นสุด) | ผู้เอาประกัน | เงื่อนไข เช่น ต้องจ่ายเบี้ยครบและไม่เวนคืนกลางสัญญา |
แบบมีเงินปันผล: บริษัทมีผลประกอบการตามเงื่อนไข | เงินปันผล (ส่วนเพิ่มที่บริษัทไม่ผูกพันว่าจะจ่ายหรือจ่ายเท่าไร) | ผู้เอาประกัน | ไม่รับประกัน |
คุณบอกเลิกสัญญาเอง | เงินเวนคืน (เงินที่ได้เมื่อบอกเลิกสัญญา) | ผู้เอาประกัน | จำนวนตามตาราง หักเงินกู้ตามกรมธรรม์ที่ค้าง และสัญญาสิ้นสุด |
ปีกรมธรรม์คือรอบ 1 ปีนับจากวันที่กรมธรรม์เริ่มมีผล วันครบรอบปีจึงเป็นวันเดียวกับวันเริ่มรอบปีถัดไป ส่วนเงื่อนไขการจ่าย หน้าบริการกรมธรรม์ของพรูเด็นเชียล (ไม่ระบุวันที่) ระบุว่าเงินครบสัญญาจะจ่ายเมื่อผู้เอาประกันจ่ายเบี้ยครบตามกำหนดและไม่เวนคืนกรมธรรม์ระหว่างสัญญา บริษัทจ่ายภายใน 15 วันนับจากวันครบรอบปีหรือวันครบสัญญา และหักหนี้ตามกรมธรรม์ออกก่อน เงินคืนที่ยังไม่ใช้ บางแบบให้คงไว้กับบริษัทได้ แต่หน้าของ AIA Endowment 15/25 (Non Par) ระบุว่าผู้เอาประกันจะได้ดอกเบี้ย "(ถ้ามี)" ตามอัตราที่บริษัทประกาศ
อีกก้อนที่ต้องดูคือเงินกรณีเสียชีวิต เอกสารของแบบ 11/3, 12/6 และ 10/5 ตั้งขั้นต่ำโยงกับเบี้ยที่จ่ายแล้ว (11/3 และ 12/6 ใช้ 101% ของเบี้ย ส่วน 10/5 ใช้ 100%) ส่วน AIA 15/25 ใช้เบี้ยที่จ่ายแล้วหักเงินคืนที่รับไปแล้ว ในแบบ 11/3 และ 12/6 ซึ่งพิมพ์เบี้ยต่อทุนไว้ ทุนคุ้มครองจึงใกล้เคียงเบี้ยที่จ่ายไป โดย 11/3 จ่าย 303% ของทุนตั้งแต่ปีที่ 3 เทียบกับเบี้ยรวม 300% และ 12/6 จ่ายสูงสุด 606% เทียบกับเบี้ยรวม 587.4% สำหรับผู้อายุ 30 ปี
เงินปันผล: ส่วนที่บริษัทไม่รับประกัน
ผลประโยชน์ที่รับประกันคือเงินที่สัญญากำหนดจำนวนและวันไว้แล้ว ส่วนผลประโยชน์ที่ไม่รับประกันคือเงินที่ขึ้นกับปัจจัยภายหลัง คำสั่งนายทะเบียนฉบับเดียวกันนิยามแบบมีส่วนร่วมในเงินปันผลว่าเป็นแบบที่จ่ายทั้งสองส่วน โดยส่วนไม่รับประกันขึ้นกับปัจจัย เช่น ผลตอบแทนจากการลงทุนหรือผลประกอบการของบริษัท ดัชนีอ้างอิง หรือตัวแปรของการลงทุนอื่น ๆ คำว่า "ปันผล" ในกรมธรรม์จึงไม่ได้แปลว่าบริษัทแบ่งกำไรให้เท่ากันทุกปี และบางแบบอาจอ้างอิงดัชนี
ชื่อแบบมักบอกชนิดไว้ AIA iSave ระบุว่า "ไม่มีเงินปันผล" ส่วนหน้ารวมแบบออมทรัพย์ของไทยประกันชีวิต (ไม่ระบุวันที่) เรียกแบบ 15/5 ว่า "แบบมีส่วนร่วมในเงินปันผล" และแสดง "ตลอดสัญญารับเงินคืนขั้นต่ำ 520%" คู่กับ "พร้อมโอกาสรับเงินปันผล (ถ้ามี)" คำว่า "ขั้นต่ำ" และ "ถ้ามี" ชี้ว่า 520% น่าจะเป็นส่วนฐานและเงินปันผลอาจไม่มี แต่หน้านี้พิมพ์เครื่องหมายเชิงอรรถโดยไม่แสดงข้อความ ให้ขอเอกสารของแบบเพื่อยืนยันว่าส่วนไหนรับประกัน แนวปฏิบัติของ คปภ. ข้อ 19(1)(ข) ให้เปิดเผยที่มาของการประมาณผลประกอบการสำหรับกรมธรรม์ที่จ่ายเงินปันผล ถ้าคุณพิจารณาแบบนี้ ให้ขอดูที่มานั้น และวางแผนจากส่วนที่รับประกันก่อน แล้วถือเงินปันผลเป็นส่วนเพิ่ม
ต่างจากประกันแบบอื่นอย่างไร
ตามแผ่นพับของ คปภ. แบบตลอดชีพจ่ายเงินเอาประกันเมื่อเสียชีวิต หรือจ่ายให้ผู้เอาประกันที่มีชีวิตถึงอายุ 99 ปี แบบชั่วระยะเวลาจ่ายเฉพาะเมื่อเสียชีวิตในระยะเวลาเอาประกันภัย จึงไม่มีเงินให้เมื่อคุณอยู่ครบสัญญา แบบบำนาญจ่ายเงินรายงวดสม่ำเสมอเมื่อผู้เอาประกันอายุครบตามที่กรมธรรม์กำหนด ส่วนคู่มือประกันภัย ฉบับประชาชน (ไฟล์สร้างเดือนกรกฎาคม 2562) ระบุว่าแบบตลอดชีพคุ้มครองถึงอายุ 90 หรือ 99 ปี หรือตลอดชีพ ตามแบบ และแยกแบบควบการลงทุนเป็นยูนิเวอร์แซลไลฟ์ ซึ่งเงินกรณีมีชีวิตอยู่ขึ้นกับเบี้ยที่เหลือสะสมบวกผลตอบแทนที่บริษัทได้จากการลงทุน กับยูนิตลิงค์ ซึ่งขึ้นกับราคาของกองทุนรวมที่ผู้เอาประกันเลือก
สะสมทรัพย์จึงต่างจากทุกแบบตรงที่จ่ายทั้งเมื่อเสียชีวิตและเมื่ออยู่ครบสัญญา โดยจำนวนและวันจ่ายส่วนที่รับประกันอยู่ในตารางของสัญญา ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเลือกประกันชีวิตให้ตรงเป้าหมายด้วยแบบไหน ให้เริ่มจากบทความเลือกประเภทประกันชีวิต แล้วค่อยกลับมาที่แบบนี้
อ่านชื่อแบบและตารางผลประโยชน์: 11/3 หรือ 5Pay10 บอกอะไร
ชื่อแบบมักมีเลขสองชุด คือจำนวนปีที่สัญญาคุ้มครองกับจำนวนปีที่ต้องจ่ายเบี้ย แต่ลำดับของเลขไม่เหมือนกัน แบบ 11/3, 12/6 และ 10/5 ในเอกสารที่ยกมาเรียงระยะคุ้มครองก่อน ส่วน AIA เรียกแบบหนึ่งว่า 5Pay10 และอีกแบบว่า 15/25 ซึ่งเลขแรกคือจำนวนปีที่จ่ายเบี้ย (5 ปีและ 15 ปี) ตารางนี้สรุปแต่ละแบบตามเอกสารของบริษัท ทุกเปอร์เซ็นต์เป็นเปอร์เซ็นต์ของทุนประกัน ไม่ใช่ของเบี้ย
แบบและเอกสารที่อ้าง | จ่ายเบี้ย / คุ้มครอง | เงินคืนระหว่างสัญญา | เงินครบสัญญา | รวมเงินรับ |
|---|---|---|---|---|
ทิพย ทัช มาย เซฟวิ่ง 11/3 (ไฟล์ธนาคารออมสิน สร้างมีนาคม 2569) | 3 / 11 ปี | 1% ปีที่ 4–6 และ 2% ปีที่ 7–10 | 328% | 339% |
เอฟดับบลิวดี พาวเวอร์ เซฟวิ่ง 12/6 (โบรชัวร์ ไม่ระบุวันที่ ไฟล์สร้างสิงหาคม 2567) | 6 / 12 ปี | 3% ปีที่ 1–6 และ 6% ปีที่ 7–12 | 600% | 654% |
เอฟดับบลิวดี อีซี่ อี-เซฟ 10/5 (ข้อกำหนด ไม่ระบุวันที่ ไฟล์แก้ไขกรกฎาคม 2566) | 5 / 10 ปี | 4% ปีที่ 1–5 และ 5% ปีที่ 6–9 | 350% | 390% |
AIA iSave หรือ 5Pay10 (หน้าผลิตภัณฑ์ ไม่ระบุวันที่) | 5 / 10 ปี | 4% ปีที่ 2–9 | 468% | 500% |
AIA Endowment 15/25 Non Par (หน้าผลิตภัณฑ์ ไม่ระบุวันที่) | 15 / 25 ปี | 1% ปีที่ 2–24 | อย่างน้อย 121% | อย่างน้อย 144% |
ผลตอบแทนรวม 390% ของแบบ 10/5 ตรงกับที่หน้าผลิตภัณฑ์ของบริษัทระบุ ส่วนตัวเลข "อย่างน้อย" ของ AIA 15/25 มาจากการที่เอกสารจ่ายจำนวนที่มากที่สุดระหว่าง 121% ของทุน เงินเวนคืน และเบี้ยหลักที่จ่ายแล้วหักเงินคืนที่รับไปแล้ว ตารางจึงนับเฉพาะ 121% บวกเงินคืน 23 ครั้ง
เลข 654% ดูมากกว่า 339% เกือบสองเท่า แต่เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ เพราะเงินที่จ่ายเข้าไปต่างกัน ต้องหารด้วยเบี้ยรวมก่อน มีสองเอกสารที่พิมพ์เบี้ยต่อทุนไว้ แบบ 11/3 เบี้ย 1,000 บาทต่อทุน 1,000 บาทต่อปี เท่ากันทุกเพศทุกอายุ จ่าย 3 ปีจึงรวม 300% ของทุน รับ 339% คิดเป็น 113.0% ของเบี้ยรวม แบบ 12/6 ตัวอย่างอายุ 30 ปี ชายและหญิงเท่ากัน เบี้ย 979 บาทต่อทุน 1,000 บาท จ่าย 6 ปีจึงรวม 587.4% ของทุน รับ 654% คิดเป็น 111.3% สองแบบนี้ได้เงินรับต่อเบี้ยใกล้กันมาก ทั้งที่เปอร์เซ็นต์หน้าตารางต่างกันเกือบเท่าตัว ส่วนเอกสารของแบบ 10/5, AIA iSave และ AIA 15/25 ที่อ้างไว้ไม่ได้พิมพ์เบี้ยต่อทุน ต้องขอใบเสนอตามอายุของคุณ จึงยังบอกไม่ได้ว่า 390%, 500% หรือ 144% คุ้มกว่าหรือน้อยกว่า
คำว่าแบบ "ระยะสั้น" ที่คนค้นหาหมายถึงจ่ายเบี้ยสั้น ไม่ได้แปลว่าเงินว่างเร็ว แบบ 11/3 จ่ายเบี้ยงวดสุดท้ายภายในปีกรมธรรม์ที่ 3 แต่เงินคืนแรกมาในวันครบรอบปีที่ 4 และเงินก้อนใหญ่มาตอนปีที่ 11 ส่วน AIA 15/25 จ่ายเบี้ย 15 ปี และคืนปีละ 1% ของทุนจนถึงปีที่ 24
ก่อนเทียบแบบใดก็ตาม ให้แปลงตารางเป็นเงินจริงตามลำดับนี้
- คูณเปอร์เซ็นต์ทุกตัวด้วยทุนประกันที่คุณเลือก
- วางเงินจ่ายและเงินรับบนเส้นเวลา โดยนับวันเริ่มสัญญาเป็นปีที่ 0
- ตัดเงินปันผลออกก่อน เหลือเฉพาะส่วนรับประกัน และเก็บเงินกรณีเสียชีวิตไว้ต่างหาก ไม่บวกรวมกับเงินครบสัญญา เพราะบริษัทจ่ายคนละเหตุ
คิดผลตอบแทนต่อปีเองจากตารางของบริษัท
เปอร์เซ็นต์ในตารางบอกว่าได้เงินเท่าไร แต่ไม่บอกว่าเงินถูกผูกไว้นานแค่ไหน ตัวเลขที่ใช้เทียบได้คือ IRR หรืออัตราผลตอบแทนภายใน ซึ่งหมายถึงอัตราดอกเบี้ยต่อปีที่ทำให้เงินที่คุณจ่ายทุกงวด เมื่อทบด้วยอัตรานั้นตามวันที่จ่ายจริง เท่ากับเงินที่ได้รับทุกก้อนพอดี ถ้าต้องการดูวิธีอ่านผลตอบแทนและ IRR ของประกันชีวิตแบบอื่น มีบทความแยกไว้ ส่วนแบบ 12/6 ได้ราว 1.18% ต่อปีก่อนภาษี ตามที่คำนวณไว้พร้อมตารางหลังภาษีในบทความภาษีของประกันสะสมทรัพย์ หัวข้อนี้ใช้แบบ 11/3 เพราะเอกสารพิมพ์เบี้ยต่อทุนไว้ชัด คำนวณตามได้ทุกบรรทัด
สมมติทุนประกัน 100,000 บาท (ตัวเลขทุนเป็นสมมติ ส่วนอัตราเบี้ยและตารางผลประโยชน์มาจากเอกสารของแบบ 11/3) นับวันเริ่มสัญญาเป็นปีที่ 0 และจ่ายเบี้ยงวดแรกวันนั้น เบี้ยงวดที่ 2 และ 3 จ่ายในวันครบรอบปีที่ 1 และ 2 เงินคืนระหว่างสัญญารับในวันครบรอบปีที่ 4 ถึง 10 และเงินครบสัญญารับในวันครบรอบปีที่ 11 โดยตัวอย่างนี้ถือว่าคุณมีชีวิตอยู่และจ่ายเบี้ยครบ
ปีที่นับจากวันเริ่มสัญญา | เงินจ่ายเบี้ย | เงินรับ |
|---|---|---|
0, 1 และ 2 | 100,000 บาทต่อปี | ไม่มี |
3 | ไม่มี | ไม่มี |
4, 5 และ 6 | ไม่มี | 1,000 บาทต่อปี |
7, 8, 9 และ 10 | ไม่มี | 2,000 บาทต่อปี |
11 | ไม่มี | 328,000 บาท |
รวม | 300,000 บาท | 339,000 บาท |
เมื่อจะคำนวณในสเปรดชีต ให้ใส่เงินสุทธิของแต่ละปีเรียงลงคอลัมน์เดียว จ่ายเป็นลบ รับเป็นบวก ดังนี้ -100000, -100000, -100000, 0, 1000, 1000, 1000, 2000, 2000, 2000, 2000, 328000 แล้วใช้สูตร =IRR(ช่วงเซลล์) ผลคือ 1.24% ต่อปีก่อนภาษี ตรงกับ IRR ที่เอกสารของแบบนี้พิมพ์ไว้สำหรับกรณีมีชีวิตอยู่จนครบสัญญา
ตัวเลขนี้ไม่รวมสี่เรื่อง คือเงินกรณีเสียชีวิต ซึ่งเป็นส่วนความคุ้มครอง เงินปันผล สิทธิภาษี และกรณีเวนคืนก่อนครบสัญญา จึงใช้ได้กับเส้นทางที่คุณจ่ายเบี้ยครบและอยู่จนครบสัญญาเท่านั้น อีกข้อที่ต้องระวังคือเงินเฟ้อ ธนาคารแห่งประเทศไทยให้นิยามอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงว่าเท่ากับอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับ ลบด้วยอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ถ้านำหลักเดียวกันมาใช้กับ 1.24% ต่อปีของตัวอย่างนี้ เมื่อเงินเฟ้อสูงกว่านั้น ผลตอบแทนที่แท้จริงจะติดลบ
คุณไม่ต้องคำนวณเองเสมอไป แนวปฏิบัติการเสนอขายของ คปภ. (ฉบับประมวลที่รวมการแก้ไข พ.ศ. 2568) ข้อ 7(9) กำหนดให้เอกสารเสนอขายรายบุคคลของแบบสะสมทรัพย์ ที่ไม่ขยายความคุ้มครองอื่นนอกจากการอยู่รอดและเสียชีวิต และอัตราเบี้ยได้รับความเห็นชอบตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2568 (ไม่นับการต่ออายุอัตราเบี้ยเดิม) ต้องเปิดเผย IRR กรณีผู้เอาประกันมีชีวิตอยู่ ณ วันครบกำหนดสัญญา ให้นำเลขในเอกสารมาเทียบกับที่คุณคำนวณจากตารางเบี้ยและผลประโยชน์ ถ้าต่างกัน ให้ถามบริษัทว่าสมมติงวดจ่ายเบี้ยและวันรับเงินอย่างไร และเมื่อเทียบหลายแบบ ให้ดูด้วยว่าแต่ละแบบผูกเงินนานกี่ปี เพราะ IRR เท่ากันของแบบ 11 ปีกับ 25 ปีไม่ได้ให้ประโยชน์เท่ากัน
ถ้าต้องหยุดจ่ายหรือใช้เงินก่อนครบสัญญา
เงินที่จ่ายเข้าไปไม่ได้กองอยู่ในบัญชีที่ถอนคืนได้ทั้งหมด เวนคืนคือการบอกเลิกสัญญาเพื่อรับเงินค่าเวนคืนตามตารางมูลค่ากรมธรรม์ ข้อกำหนดของเอฟดับบลิวดี แบบ 10/5 (ไม่ระบุวันที่ ไฟล์แก้ไขล่าสุดกรกฎาคม 2566) นิยามเงินค่าเวนคืนว่าเป็นมูลค่าส่วนหนึ่งของเบี้ยที่เกิดขึ้นเมื่อชำระมาระยะหนึ่ง หลังหักค่าคุ้มครองและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ส่วนพรูเด็นเชียลระบุว่าเงินเวนคืนที่ได้จะน้อยกว่าเบี้ยที่จ่ายไปแล้ว โดยเฉพาะในปีแรก ๆ ของการทำประกัน
ตารางมูลค่ากรมธรรม์ในแบบกรมธรรม์มาตรฐานของ คปภ. ฉบับจ่ายเบี้ยครั้งเดียว (ไฟล์สร้างเดือนมกราคม 2556) แสดงเงินค่าเวนคืนสิ้นปีกรมธรรม์แต่ละปีเป็นจำนวนต่อทุนประกัน 1,000 บาทตามอายุและเพศ จึงต้องคูณตามทุนของคุณ หมายเหตุของตารางระบุว่าตัวเลขเป็นจำนวนก่อนหักหนี้ และเป็นจำนวนที่หักเงินจ่ายคืนตามสัญญา (ถ้ามี) ออกแล้ว ตารางของบริษัทที่ขายแบบจ่ายเบี้ยรายงวดอาจจัดต่างออกไป จึงควรอ่านหมายเหตุของตารางนั้นก่อนใช้ตัวเลข
เงินที่ "หายไป" จากการออกก่อนคำนวณได้ด้วยสูตรเดียว คือเบี้ยที่จ่ายแล้ว ลบเงินคืนระหว่างสัญญาที่รับไปแล้ว ลบเงินเวนคืนสุทธิหลังหักหนี้ สมมติเบี้ยปีละ 50,000 บาท จ่ายมา 3 ปีรวม 150,000 บาท ยังไม่เคยรับเงินคืน และตารางเวนคืนระบุ 120,000 บาทโดยไม่มีหนี้ ส่วนต่างคือ 30,000 บาท (ตัวเลขสมมติ ไม่ใช่ตารางของแบบใด ส่วนต่างจริงมากหรือน้อยกว่านี้ได้ตามแบบและปี) และนี่ยังไม่นับสิ่งที่เสียไปอีกสองอย่าง คือเงินครบสัญญาที่คุณจะไม่ได้รับ และความคุ้มครองตามสัญญาเดิม
ทางเลือกเมื่อกรมธรรม์มีเงินเวนคืนแล้วมีหลายทาง ตารางนี้สรุปตามข้อกำหนดของแบบ 10/5 ข้างต้น และหน้าบริการกู้ตามกรมธรรม์ของ AIA (ไม่ระบุวันที่) เฉพาะส่วนที่ระบุ
ทางเลือก | เงินสดที่ได้ | ยังต้องจ่ายเบี้ยไหม | ผลต่อเงินครบสัญญาและความคุ้มครอง |
|---|---|---|---|
เวนคืน | ตามตารางหักหนี้ | ไม่ต้อง | สัญญาสิ้นสุด ไม่ได้เงินครบสัญญาและความคุ้มครองเดิม |
กู้ตามกรมธรรม์ | ไม่เกินเงินเวนคืนหักหนี้ที่มีอยู่ | ต้องจ่ายต่อ (AIA ให้จ่ายเบี้ยที่ถึงกำหนดก่อนจึงกู้ได้) | สัญญายังอยู่ แต่หนี้และดอกเบี้ยถูกหักจากเงินที่บริษัทจะจ่าย |
เปลี่ยนเป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ | ไม่มี | ไม่ต้องจ่ายต่อ | ระยะเดิม แต่ทุนลดเหลือมูลค่าใช้เงินสำเร็จในตาราง จ่ายเมื่อครบสัญญาหรือเสียชีวิต |
แปลงเป็นแบบขยายเวลา | ไม่มี | ไม่ต้องจ่ายต่อ | ทุนเดิม แต่คุ้มครองเฉพาะช่วงที่ขยายตามตาราง ถ้ายังมีชีวิตเมื่อพ้นช่วงนั้น สัญญาสิ้นผล ยกเว้นเงินเวนคืนส่วนที่เหลือหลังซื้อช่วงขยาย ซึ่งบริษัทนำไปซื้อเงินครบสัญญาตามช่องเงินครบกำหนดในตาราง |
ปล่อยให้บริษัทนำเงินเวนคืนจ่ายเบี้ยแทน | ไม่มี | ไม่ต้องจ่ายเอง | เกิดเองเมื่อพ้นระยะผ่อนผัน 31 วันโดยคุณไม่ได้เลือกวิธีอื่น และเกิดเป็นหนี้เหมือนการกู้ ถ้าเงินเวนคืนไม่พอจ่ายเบี้ยทั้งงวดแต่พอจ่ายรายสามเดือน บริษัทเปลี่ยนเป็นรายสามเดือนก่อน ถ้าไม่พอจึงแปลงเป็นสองแบบข้างต้นตามเกณฑ์ของบริษัท |
ข้อกำหนดแบบ 10/5 ให้กู้ได้ไม่เกินเงินเวนคืนหักหนี้ที่ผูกพัน คิดดอกเบี้ยทบต้นในอัตราสูงกว่าอัตราที่ใช้คำนวณเบี้ยอีก 2% ต่อปี และกรมธรรม์สิ้นผลทันทีเมื่อเงินกู้รวมดอกเบี้ยมากกว่าเงินเวนคืน หน้าของ AIA ระบุว่ากู้ตามกรมธรรม์ไม่ได้หลังเปลี่ยนเป็นแบบใช้เงินสำเร็จหรือขยายเวลา และหนี้ที่ค้างอยู่ถูกหักจากเงินคืนระหว่างสัญญาและเงินครบสัญญาก่อนจ่าย
ตารางนี้เป็นข้อกำหนดของแบบเดียว บริษัทอื่นมีเงื่อนไขของตัวเอง ให้ขออ่านข้อกำหนดของแบบที่คุณจะซื้อ ผลทางภาษีของการเลิกหรือเปลี่ยนสถานะก่อนครบ 10 ปีอยู่ในบทความภาษี และเอกสารของกรมสรรพากรที่บทความนั้นอ้างไม่ได้ตอบว่าการเปลี่ยนเป็นแบบใช้เงินสำเร็จหรือขยายเวลามีผลอย่างไร
ถ้าพ้นระยะผ่อนผันโดยยังไม่มีเงินเวนคืน กรมธรรม์ขาดอายุ ข้อกำหนดแบบ 10/5 ให้ขอต่ออายุได้ภายใน 5 ปีนับจากวันขาดอายุ ถ้ายังไม่ได้รับเงินเวนคืน แต่ต้องแสดงว่าสุขภาพสมบูรณ์ และจ่ายเบี้ยที่ค้างพร้อมดอกเบี้ยทบต้นในอัตราเดียวกับเงินกู้ หรือเลื่อนวันเริ่มสัญญาและจ่ายเบี้ยตามอายุ ณ วันเริ่มใหม่
เหมาะกับใคร ข้อดี ข้อจำกัด และภาษีโดยสรุป
คำตอบขึ้นกับว่าเงินก้อนนี้ต้องใช้เมื่อไร และคุณจ่ายเบี้ยครบตามตารางได้หรือไม่ ตารางนี้จับคู่สถานการณ์ที่พบบ่อยกับข้อสรุปเบื้องต้นและเหตุผลจากเอกสารที่ยกมา
สถานการณ์ของคุณ | ข้อสรุปเบื้องต้น | เหตุผล |
|---|---|---|
รู้ปีและจำนวนเงินที่ต้องใช้ และตรงกับปีที่สัญญาจ่ายส่วนที่รับประกัน | พิจารณาต่อได้ | จำนวนและวันของส่วนที่รับประกันกำหนดไว้ในตารางตั้งแต่ก่อนซื้อ |
เงินก้อนนี้อาจต้องใช้ก่อนครบสัญญา | ควรออมแยกหรือชะลอ | เงินเวนคืนปีแรก ๆ ต่ำกว่าเบี้ยที่จ่าย และการกู้มีดอกเบี้ย |
รายได้ไม่แน่นอน ปีที่รายได้ลดอาจจ่ายเบี้ยเต็มไม่ได้ | ควรชะลอ | เลิกกลางทางเสียเงินครบสัญญา และตามข้อกำหนดแบบ 10/5 การต่ออายุกรมธรรม์ที่ขาดอายุต้องแสดงว่าสุขภาพสมบูรณ์ |
ต้องการทุนคุ้มครองสูงให้ครอบครัวเมื่อเทียบกับงบ | เริ่มที่แบบเน้นคุ้มครอง | เงินกรณีเสียชีวิตของแบบ 11/3 ตั้งแต่ปีที่ 3 คือ 303% ของทุน ใกล้เคียงเบี้ยรวม 300% |
ต้องการรายได้ประจำหลังเกษียณ | ดูแบบบำนาญก่อน | บำนาญจ่ายเงินงวดสม่ำเสมอเมื่ออายุถึงที่กำหนด ส่วนสะสมทรัพย์จ่ายเงินก้อนใหญ่ตอนครบสัญญา |
ต้องการให้เงินเติบโตตามตลาด | สะสมทรัพย์ไม่ใช่ทางนี้ | ส่วนรับประกันตายตัว ตัวอย่างที่คำนวณได้ราว 1.24% ต่อปีก่อนภาษี |
ซื้อเพราะกลัวพลาดเส้นตายภาษีสิ้นปี | ชะลอได้ แต่ปีภาษีนี้จะไม่ได้ลดหย่อน | เบี้ยที่จ่ายหลัง 31 ธันวาคม 2569 ใช้ลดหย่อนปีภาษี 2569 ไม่ได้ ส่วนผลหลังภาษีขึ้นกับอัตราภาษีของคุณ ดูย่อหน้าภาษีด้านล่าง |
ถ้าต้องจ่ายค่าเล่าเรียนก้อนหนึ่งในปีที่ 3 แต่แบบที่เลือกจ่ายก้อนใหญ่ในปีที่ 11 ต้องมีเงินจากแหล่งอื่นสำหรับปีที่ 3 ก่อนเทียบแผน
ก่อนเซ็นให้ลองสมมติว่ารายได้ปีหนึ่งลดลงครึ่งหนึ่ง แล้วดูว่ายังจ่ายเบี้ยเต็มปีได้โดยไม่แตะเงินฉุกเฉินหรือไม่ ถ้าไม่ได้ ให้ลดทุนหรือเลือกแบบที่เบี้ยต่ำกว่าตั้งแต่ต้น
ข้อดีและข้อจำกัดตามเอกสารที่ยกมา
ข้อดี
- ส่วนที่รับประกันมีจำนวนและวันกำหนดไว้ล่วงหน้า วางแผนเป้าหมายที่ต้องใช้เงินก้อนในวันที่ชัดเจนได้
- เบี้ยเป็นงวดที่รู้จำนวนตลอดระยะจ่าย ช่วยให้กันเงินออมได้สม่ำเสมอ ตราบที่จ่ายต่อไหว
ข้อจำกัด
- สภาพคล่องต่ำ ออกกลางทางได้เงินเวนคืนซึ่งในปีแรก ๆ ต่ำกว่าเบี้ย
- ผลตอบแทนต่อปีของสองตัวอย่างที่คำนวณได้ในบทความนี้และบทความภาษีอยู่ราว 1.2% ก่อนภาษี และเงินเฟ้อกัดกำลังซื้อของเงินก้อนที่ตายตัว
- ทุนคุ้มครองใกล้เคียงเบี้ยที่จ่าย ถ้าเป้าหมายหลักคือความคุ้มครอง ให้เทียบทุนต่อเบี้ยของแบบที่เน้นคุ้มครองก่อน
- ภาระเบี้ยตายตัวหลายปี ปีที่รายได้ลดก็ต้องจ่ายเท่าเดิม
เทียบกับเงินฝาก ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าออมทรัพย์มีสภาพคล่องสูง ฝากและถอนได้ตลอดเวลาแต่ดอกเบี้ยต่ำ ส่วนฝากประจำถอนก่อนครบกำหนดมักได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าที่ประกาศ ส่วนสะสมทรัพย์ต้องผ่านการเวนคืนหรือกู้ตามที่อธิบายข้างต้นจึงจะได้เงินกลางทาง ถ้าต้องการเทียบผลตอบแทนกับเงินฝากแบบละเอียด มีบทความแยกที่เทียบจำนวนเงินและสภาพคล่องของสองทางนี้
ภาษีโดยสรุป
สำหรับปีภาษี 2569 เบี้ยประกันชีวิตของตัวเองใช้ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท โดยเบี้ยประกันสุขภาพของตัวเองไม่เกิน 25,000 บาทและเงินฝากประเภทสงเคราะห์ชีวิตใช้วงเงินก้อนเดียวกัน ตามกฎกระทรวงฉบับรวมที่ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 13 มกราคม 2569 กรมธรรม์ต้องมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปและทำกับบริษัทประกันชีวิตที่ประกอบกิจการในไทย ส่วนที่เกิน 10,000 บาทต้องผ่านเกณฑ์เงินคืนระหว่างสัญญาตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 172 ยอดนี้ไปลดเงินได้ก่อนคิดภาษี ไม่ใช่ได้เงินคืนเท่ายอดเบี้ย และถ้าเวนคืนหรือหยุดจ่ายเบี้ยจนกรมธรรม์สิ้นผลก่อนครบ 10 ปี กรมสรรพากรวินิจฉัยว่าผู้ที่ใช้สิทธิไปแล้วต้องยื่นแบบเพิ่มเติมและเสียภาษีพร้อมเงินเพิ่ม วงเงินรวมและวิธีคำนวณอยู่ในศูนย์รวมเรื่องลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกัน ส่วนเกณฑ์เงินคืน การอ่านแบบ 10/5 และ IRR หลังภาษีอยู่ในบทความประกันสะสมทรัพย์ลดหย่อนภาษี
ก่อนเซ็น: เอกสารที่ต้องขอและคำถามที่ต้องถาม
ขอเอกสารเสนอขายรายบุคคลที่ระบุชื่อคุณ ทุนที่เลือก และงวดจ่ายเบี้ย แล้วดูว่ามีรายการที่เข้าเงื่อนไขกับคุณครบหรือไม่ จากห้ารายการที่ข้อ 7(9) ของแนวปฏิบัติ คปภ. ซึ่งกล่าวถึงในหัวข้อคิดผลตอบแทน กำหนดให้ใส่อย่างน้อยสำหรับแบบสะสมทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไขเดียวกัน
- IRR ของผลประโยชน์ กรณีมีชีวิตอยู่ ณ วันครบกำหนดสัญญา
- สัดส่วนค่าใช้จ่าย (รวมค่าจ้างหรือค่าบำเหน็จและกำไร) เทียบกับเบี้ย เมื่อสัดส่วนนั้นตั้งแต่ 40% ขึ้นไป
- อัตราดอกเบี้ยต่อปี ถ้าคุณเลือกจ่ายเบี้ยรายงวดที่น้อยกว่าหนึ่งปี
- ปี เบี้ยสะสม และผลประโยชน์ที่จะได้รับ เฉพาะแบบจ่ายเบี้ยเป็นงวดที่เบี้ยสะสมที่จ่ายทั้งหมดมากกว่าหรือเท่ากับผลประโยชน์
- อัตราเงินค่าเวนคืนตามกรมธรรม์
รายการ 2 ถึง 4 มีเฉพาะเมื่อเข้าเงื่อนไขของตัวเอง เช่น ไม่มีรายการ 2 เมื่อสัดส่วนต่ำกว่า 40% ไม่มีรายการ 3 เมื่อคุณจ่ายเบี้ยรายปี และรายการ 4 ระบุเฉพาะกรณีที่เบี้ยสะสมถึงหรือเกินผลประโยชน์ ส่วนรายการ 1 และ 5 ถ้าไม่มี ให้ถามผู้เสนอขายว่าเป็นเพราะอัตราเบี้ยของแบบนั้นเป็นการต่ออายุอัตราเดิมที่ได้รับความเห็นชอบก่อนวันดังกล่าว หรือเพราะแบบนั้นรวมความคุ้มครองอื่นเกินการอยู่รอดและเสียชีวิต แล้วให้ตอบเป็นลายลักษณ์อักษร
แนวปฏิบัติข้อ 6 ยกตัวอย่างข้อมูลที่ผู้เสนอขายต้องแจ้ง เช่น จำนวนเบี้ย ระยะเอาประกันภัยและระยะชำระเบี้ย หน้าที่จ่ายเบี้ยต่อเนื่องและผลของการไม่จ่าย สิทธิยกเลิกในช่วงตรวจสอบกรมธรรม์ (free look) และข้อที่ว่าเวนคืนแล้วอาจได้เบี้ยคืนไม่เต็มจำนวน ใช้ข้อเหล่านี้เป็นคำถามก่อนเซ็น
- ถ้าหยุดจ่ายหลังปีที่ 2, 3 และ 5 ได้เงินสดเท่าไร และความคุ้มครองกับเงินครบสัญญาเป็นอย่างไร
- ส่วนไหนของผลประโยชน์รับประกัน ส่วนไหนไม่รับประกัน และถ้าตัดเงินปันผลออก ตัวเลขเป็นเท่าไร
เมื่อมีหลายใบเสนอ ให้กรอกแบบฟอร์มเทียบใบเสนอราคาที่รวมรายการเอกสาร สิทธิยกเลิกในช่วงตรวจสอบ และวิธีตรวจผู้เสนอขายไว้แล้ว ซึ่งอยู่ในบทความเปรียบเทียบประกันชีวิต ถ้ายังตอบสามข้อตอนต้นบทความไม่ได้ หรือเอกสารยังไม่ครบ ให้รอจนครบก่อนจ่ายเบี้ยงวดแรก ช่วงตรวจสอบกรมธรรม์เป็นทางถอยหลังเซ็น แต่ไม่ควรใช้แทนการอ่านก่อนซื้อ
แหล่งอ้างอิง
เอกสารและหน้าเว็บที่อ้างไว้ ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ใช้แสดงวิธีอ่านเอกสารของบริษัท ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือการจัดอันดับ
- สำนักงาน คปภ. — แผ่นพับ "การประกันชีวิต เลือกให้ถูกใจ...ใช้ให้ตรงความต้องการ" — เอกสารไม่ระบุวันที่
- สำนักงาน คปภ. — คำสั่งนายทะเบียน ที่ 1/2568 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้ความเห็นชอบการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิต — ลงวันที่ 6 มกราคม 2568 มีผลตั้งแต่ 15 มกราคม 2568
- สำนักงาน คปภ. — แนวปฏิบัติตามประกาศ คปภ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการออก และเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันชีวิต และการดำเนินการของตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต และธนาคาร (ฉบับประมวล รวมการแก้ไข ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568) — ฉบับประมวลไม่พิมพ์วันที่ประกาศ ไฟล์สร้างเมื่อ 7 มกราคม 2569
- สำนักงาน คปภ. — คู่มือประกันภัย ฉบับประชาชน — ไฟล์สร้างเมื่อกรกฎาคม 2562
- สำนักงาน คปภ. — แบบและข้อความกรมธรรม์ประกันชีวิต ประเภทสามัญ แบบสะสมทรัพย์และแบบตลอดชีพที่ชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว ฉบับมาตรฐาน — ไฟล์สร้างเมื่อมกราคม 2556
- ธนาคารออมสิน (นายหน้าประกันชีวิต) — ขั้นตอนและเงื่อนไขซื้อประกันสะสมทรัพย์ ทิพย ทัช มาย เซฟวิ่ง 11/3 รับประกันโดยทิพยประกันชีวิต — ไฟล์สร้างเมื่อมีนาคม 2569
- บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) — โบรชัวร์ เอฟดับบลิวดี พาวเวอร์ เซฟวิ่ง 12/6 — ไม่ระบุวันที่ ไฟล์สร้างสิงหาคม 2567
- บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) — ข้อกำหนดการจ่ายผลประโยชน์และเงื่อนไขทั่วไปแห่งกรมธรรม์ แบบ อีซี่ อี-เซฟ 10/5 — ไม่ระบุวันที่ ไฟล์สร้างปี 2564 แก้ไขล่าสุดกรกฎาคม 2566
- บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) — หน้าผลิตภัณฑ์ Easy E-Save 10/5 — ไม่ระบุวันที่
- บริษัท เอไอเอ จำกัด สาขาประเทศไทย — หน้าผลิตภัณฑ์ AIA iSave (5Pay10) — ไม่ระบุวันที่ของรายละเอียดแบบ โปรโมชันในหน้าเดียวกันอ้างปี 2566
- บริษัท เอไอเอ จำกัด สาขาประเทศไทย — หน้าผลิตภัณฑ์ เอไอเอ สะสมทรัพย์ 15/25 (ไม่มีเงินปันผล) — ไม่ระบุวันที่
- บริษัท เอไอเอ จำกัด สาขาประเทศไทย — การกู้ยืมเงินตามเงื่อนไขกรมธรรม์ — ไม่ระบุวันที่
- พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต — บริการกรมธรรม์: การเวนคืน การกู้ยืม และการจ่ายเงินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ — ไม่ระบุวันที่
- ไทยประกันชีวิต — ประกันเพื่อการออมเงินและลดหย่อนภาษี — ไม่ระบุวันที่
- ธนาคารแห่งประเทศไทย — สตางค์สตอรี่: การออมและปัจจัยที่ควรพิจารณา — ไม่ระบุวันที่
- กรมสรรพากร — กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ฉบับรวม — ปรับปรุงหน้าเว็บ 13 มกราคม 2569
- กรมสรรพากร — ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 172) ว่าด้วยการยกเว้นภาษีสำหรับเบี้ยประกันชีวิต — ปรับปรุงหน้าเว็บ 8 พฤษภาคม 2566
- กรมสรรพากร — ข้อหารือ กค 0702/9655 การเวนคืนหรือยกเลิกกรมธรรม์ก่อนครบสิบปี — ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2554 ปรับปรุงหน้าเว็บ 22 พฤษภาคม 2563


